นโซ่ว เช่นนั้นก็ให้เสด็จแม่จัดการแล้วกัน! เสด็จแม่ไม่จำเป็นต้องพิโรธด้วยเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้”
เฉาไทเฮาหัวเราะเยาะหลายครั้งอย่างดูถูก
เจียงเจิ้นหยวนปรายตาผ่านหลี่เชี่ยน
ในที่สุดหลี่เชียนก็ทำเรื่องนี้สำเร็จ
ปีนี้เขาเพิ่งจะอายุสิบแปดใช่หรือไม่?
ต่อไปคงจะทำเรื่องยากๆ ได้…
—
เจียงเซี่ยนนอนอยู่ที่ตำหนักชิ่งซั่นอย่างสะลึมสะลือ เดี๋ยวก็ถลำเข้าไปในดินแดนแห่งความฝันอันล้ำลึก เดี๋ยวก็รู้สึกเหมือนตนเองนั่งอยู่บนเรือ ร่างกายกระเพื่อมขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา ข้างกายเสียงจ้อกแจ้กจอแจดังมาตลอด ในนั้นเหมือนยังปนเสียงกรีดร้องของเมิ่งฟางหลิงอยู่ด้วย เดี๋ยวก็ฝันถึงหลี่เชียน เขามองนางด้วยสีหน้าเคร่งขรึม สายตาดื้อรั้นและลุ่มลึก กระซิบถามข้างหูนางอย่างซื่อสัตย์ด้วยเสียงทุ้มต่ำเหมือนหูฉินว่า ‘เจ้าไปกับข้าเสียเลยดีกว่า…’
เจียงเซี่ยนตื่นขึ้นมาในทันใด
ต้นฤดูหนาวที่หนาวเย็น แต่นางกลับเหงื่อออกเต็มตัวจนกางเกงเปียก
ฉิงเค่อที่ได้ยินเสียงเลิกผ้าม่านเตียงขึ้นอย่างแผ่วเบาและถามนางด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย “ท่านหญิง เป็นอะไรไปเจ้าคะ?”
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” เจียงเซี่ยนพึมพำ “อาจจะเพราะฝันร้าย เจ้าตักน้ำมาให้ข้าเช็ดตัวหน่อย”
ฉิงเค่อขานว่า “เจ้าค่ะ” อย่างนอบน้อม แล้วแขวนม่านครึ่งหนึ่ง และไปตักน้ำให้นางด้วยตนเอง
เจียงเซี่ยนนั่งพิงหัวเตียง ในสมองคิดถึงภาพที่หลี่เชียนพูดกับนางว่า ‘เจ้าไปกับข้าเสียเลยดีกว่า’ ในความฝันซ้ำแล