ะเอ่ยว่า “ซื่อจื่อ ตอนนี้ยามห้าย[1]หนึ่งเค่อขอรับ”
“เพิ่งจะยามห้ายหรือ?” จ้าวเซี่ยวพึมพำ
ทำไมถึงรู้สึกว่าดึกมากแล้ว
เขานอนลงอีกครั้ง ทว่าในใจกลับเหมือนรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ แต่เอียงหูฟังดูแล้วก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น
เขาคิดมากไปงั้นหรือ?
เขาครุ่นคิดอยู่ในใจ
มีองครักษ์เคาะหน้าต่างที่ฉลุลายของเขาอย่างแผ่วเบา และเอ่ยเสียงเบาว่า “ซื่อจื่อ ฝั่งตะวันออกมีความเคลื่อนไหวขอรับ”
คนที่พักอยู่ฝั่งตะวันออกคืออ๋องเหลียว
จ้าวเซี่ยวตกใจจนพลิกตัวลุกขึ้นมานั่งทันที แล้วเหยียบส้นรองเท้าพลางสวมเสื้อผ้า “ทางนั้นมีความเคลื่อนไหวอะไร?”
“ไม่ทราบขอรับ!” องครักษ์เอ่ย “ข้าไม่กล้าเข้าไปใกล้ แต่รู้สึกว่าทางนั้นมีคนเข้าออก”
หรือว่าเฉาไทเฮาฉวยโอกาสจะจัดการอ๋องเหลียวงั้นหรือ?
จ้าวเซี่ยวนึกถึงองค์ชายหลายคนที่ฉินกุ้ยเฟยให้กำเนิด แล้วก็รู้สึกหนาวไปทั้งตัว
เขาตามองครักษ์ออกจากตำหนัก และมองไปทางที่พักของอ๋องเหลียวทางฝั่งตะวันออกไกลๆ
ตรงนั้นมืดมาก จึงมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
“พวกเจ้าส่งคนไปจับตาดูไว้” จ้าวเซี่ยวเงียบไปชั่วครู่ แล้วเอ่ยว่า “หากมีความเคลื่อนไหวให้บอกข้าทันที ถ้าตามไปดูอย่างเงียบๆ ได้ก็ยิ่งดี แต่อย่าให้ใครรู้ อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น”
องครักษ์ตอบว่า “ขอรับ”
จ้าวเซี่ยวยืนได้อีกครู่หนึ่งก็กลับห้องไป
———————————
[1] ยามห้าย = ช่วงเวลา 21.00-22.59 น.
[1] ยามห้าย = ช่วงเวลา 21.00-22.59 น.