กลัวจนตัวสั่นอยู่ตรงนั้น แล้วก็เหมือนหงุดหงิดขึ้นมาทันที พลางเอ่ยว่า “ไม่ต้องสวมของไร้ประโยชน์พวกนี้ เจ้าหยิบผ้าเช็ดหน้ามาให้ข้าผืนหนึ่งก็พอแล้ว” นางเอ่ยพลางปลดถุงเงินตรงเอวลงมา ทว่าตอนที่นางคิดจะโยนถุงเงินลงไปบนเตียงอุ่น นางก็จับถุงเงินไว้ในมือแน่นอีกครั้ง แล้วไล่พวกนางในที่ดูแลรับใช้ออกไป พลางเอ่ยกับฮูหยินอันเฉิงเสียงเบาว่า “แม่นม ตอนนี้พวกเราอยู่ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย เจ้าต้องสงบจิตสงบใจให้ได้ ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้เสียหน่อย เจ้าลองคิดถึงสองสามปีนั้นที่ข้าเพิ่งจะเข้าวังมาสิ”
ฮูหยินอันเฉิงตอบว่า “เพคะ” ทั้งน้ำตาคลอเบ้า สีหน้าสงบลงไม่น้อย
เฉาไทเฮาเห็นแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย และเอ่ยต่อว่า “เจ้าฟังให้ดี คิดหาทางเก็บพวกเครื่องประดับทองและเงินทั้งหมดที่ปกติพวกเราใช้กันซ่อนไว้บนตัวข้า ชิ้นที่ซ่อนไม่ได้ เจ้าคิดหาทางเก็บไว้”
หากนางถูกปิดล้อม ขันทีและนางในเหล่านั้นไม่เห็นนางเป็นคนรับใช้ที่ต่ำต้อยและสั่งให้ทำงานก็ไม่เลวแล้ว ถ้าเวลานั้นยังไม่มีเงินอยู่ในมือ ต่อให้จ้าวอี้อยากปล่อยนางไป นางก็มีชีวิตอยู่ได้ไม่กี่ปีเช่นกัน
ฮูหยินอันเฉิงมีประสบการณ์มาก่อนแล้ว จึงหยิบเข็มเงินและเย็บทองกับเงินเหล่านั้นเข้าไปในเสื้อผ้าของไทเฮา
คืนนี้เฉาไทเฮายังจะต้องพักที่ตำหนักเต๋อฮุยอย่างแน่นอน แต่พรุ่งนี้ก็ไม่แน่แล้ว
พรุ่งนี้เช้าตื่นมาก็ต้องให้เฉาไทเฮาสวมชุดที่ซ่อนทองและเงินเหล่านี้เอ