สองสามปีนี้เฉาไทเฮาอารมณ์ดร้อนน้อยลงมากแล้ว
ฮูหยินอันเฉิงเห็นแล้วก็ไม่พูดอะไรอีก
นางก้มหน้าปักผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้เฉาไทเฮา
ในตำหนักเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงร้องของแมลงในฤดูใบไม้ร่วงในป่าข้างนอก
—
ห้องข้างตำหนักข้างประตูวังทางทิศตะวันออก เว่ยสู่ผลักประตูเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก และเอ่ยเสียงเบาว่า “คุณชายใหญ่ เมื่อครู่ทางท่าเรือวารีเคียงพฤกษาเปลี่ยนโคมไฟแล้วขอรับ โคมไฟประดับมุกที่เชื่อมต่อกันหกโคม…”
เขารับคำสั่งจากหลี่เชียนและแอบหมอบอยู่บนชายคาอย่างเงียบๆ มาตลอด
หลี่เชียนสีหน้าเคร่งขรึม และเอ่ยเสียงเบาอย่างจริงจังว่า “ข้ารู้แล้ว พวกเจ้าระวังด้วย ข้าไปล่ะ!”
เว่ยสู่รั้งหลี่เชียนไว้ และเอ่ยอย่างกังวลว่า “คุณชายใหญ่ ข้าไปกับท่านด้วย!”
“ไม่ได้!” หลี่เชียนเอ่ย “พวกเราต้องทำให้เฉาไทเฮาเชื่อว่าพวกเราบังเอิญได้ข่าวนี้มา จึงไม่สามารถพากำลังคนไปเพิ่มได้ ข้าจำเป็นต้องไปคนเดียว”
“อันตรายเกินไปแล้ว!” เว่ยสู่ร้อนใจจนตาแดงหมด
คนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของคุณชายใหญ่นอกจากท่านเซี่ยแล้ว ทุกคนต่างก็คิดว่าไม่ควรจะเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้ ยิ่งกว่านั้นก่อนหน้านี้คุณชายใหญ่ยังใส่ผงสลอดให้คุณท่าน บอกว่าหากเกิดอะไรขึ้น ตระกูลหลี่ผลักเขาออกไปก็ได้แล้ว นี่คุณชายใหญ่กำลังเสี่ยงอันตรายอยู่อย่างสิ้นเชิง!
หลี่เชียนเห็นเขาถึงเวลานี้แล้วยังพูดจาแบบนี้ ก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและจริงจังมา