ถ้อยคำ ทุกกิริยาแฝงความเปราะบางอ่อนไหวใต้ท่าทีสงบงดงามของหญิงม่ายที่เพิ่งสิ้นสามี อีกทั้งนางยังเคยเป็นภรรยาผู้บังคับบัญชาแต่ก่อน แค่นี้ก็เพียงพอให้ใครหลายคนใจสั่นแล้ว
ลวี่หยางก็ดูเหมือนจะมิมีข้อยกเว้น
“เรื่องนี้ข้ารับปากแล้ว!”
เห็นเขาทุบอกหัวเราะ “ดีเลย ข้าเองก็ตั้งใจจะไปกลั่นปราณนอกโลก สามารถเดินทางไปพร้อมฮูหยินได้, คุ้มครองซึ่งกันและกันก็ยังพอจะมีคนดูแล”
“ขอบคุณท่านสหายเต๋ามาก”
เมี่ยวอินเจินเหรินฟังแล้วเผยรอยยิ้มซาบซึ้ง บนใบหน้างดงามซึ่งซีดขาวเล็กน้อยก็มีสีชมพูแผ่วบางแต่งแต้ม
“ครั้งนี้ข้าน้อยเชิญเพียงท่านคนเดียว…หวังว่าสหายเต๋าจะเห็นใจข้าน้อยเถิด”
เมื่อเอ่ยจบ นางก็โค้งคำนับเล็กน้อย ถ้อยคำทำให้คนจินตนาการไปไกล แต่กลับใช้เสียงเรียบเฉยดุจไม่แฝงนัยใด
สีหน้าลวี่หยางยิ่งกดกลั้นไว้ไม่อยู่
แต่เมี่ยวอินเจินเหรินกลับไม่อยู่ต่อ นางเห็นท่าแล้วก็โบกมือเรียกแสงทะยานเร้นสายหนึ่ง หอมอบอวลแล้วบินจากไป ไม่เปิดโอกาสให้ลวี่หยางเอ่ยอะไรอีก
เมื่อลอบตามหลังมองจนร่างเมี่ยวอินเจินเหรินลับตา ลวี่หยางจึงคลายสีหน้า แต่แล้วพลันเห็นบรรพชนอสูรวิญญาณปรากฏเงาร่างอยู่เบื้องหลัง มองมาด้วยแววกังวล
“หยวนถู…เจ้าคงไม่ได้หลงนางเข้าจริงๆ หรอกนะ?”
“ท่านบรรพชนล้อข้าเล่นแล้ว”
ลวี่หยางหันกลับมา ใบหน้าที่เมื่อครู่ยังตื่นตาตื่นใจ บัดนี้กลับเยือกเย็นเยียบ นัยน์ตานิ่งเรียบ พูดเสียงราบว่า:
“นางคิดจะเล่นงานข้า!”
ว่าจบ เขาก็ขบคิดเ