เจียงเซี่ยนหลับสนิท ท้องฟ้ามืดแล้ว
แสงไฟสลัวส่องแสงจากตรงมุมกำแพงอย่างเงียบเชียบ ชั่วขณะที่ลืมตาขึ้นมานางลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน
ไป่เจี๋ยเข้ามาบอกนาง “ไทเฮาเสด็จมาถึงตอนยามโหย่วหนึ่งเค่อ และเข้าประทับที่ตำหนักเต๋อฮุยหลังวัดต้าเป้าเอินเหยียนโซ่วแล้ว ไทเฮาทราบว่าท่านหญิงเข้าพักที่ตำหนักชิ่งซั่น ยังตรัสว่าตำหนักชิ่งซั่นเสียงดังเกินไป พรุ่งนี้หลังจากอวยพรวันเกิดเสร็จแล้วให้ท่านไปพักที่เรือนชิงหวาของวัดต้าเป้าเอินเหยียนโซ่ว ไว้อีกสองสามวันค่อยกลับวังพร้อมไทเฮาเจ้าค่ะ”
เฉาไทเฮาศูนย์กลางอำนาจ ยิ่งอยู่ใกล้นางเท่าไรก็ยิ่งแสดงว่าฐานะสูงเท่านั้น
นางจัดการเช่นนี้ก็ถือว่าไว้หน้าเจียงเซี่ยนที่สุดแล้ว
เจียงเซี่ยนพยักหน้า และลุกขึ้นแต่งตัวอย่างเกียจคร้าน
ไป่เจี๋ยมองแล้วก็ลังเลอยู่ชั่วครู่ และเอ่ยว่า “ท่านหญิง เมื่อครู่ไทเฮาส่งคนมาเยี่ยมท่าน ท่านกำลังหลับอยู่ พวกบ่าวจึงไม่กล้าปลุกท่าน แต่พี่ซ่งบอกว่าจะเสียมารยาทไม่ได้ จะไปคุกเข่าคำนับขอบพระคุณไทเฮาแทนท่าน พี่ฉิงเค่อไม่ห้ามไว้ ข้าก็ไม่อาจพูดอะไรได้เช่นกัน นางจึงไปแล้ว แต่ตอนนี้เกือบครึ่งชั่วยามแล้ว นางก็ยังไม่กลับมา…”
ดูเหมือนว่าซ่งเสียนอี๋จะฟังคำพูดของนางและไปไขว่คว้า ‘อนาคต’ ของตนเองแล้ว
เจียงเซี่ยนเอ่ยว่า “ถึงอย่างไรนางก็ไม่ใช่คนที่อยู่ข้างกายข้า อยากไปก็ปล่อยนางไปเถอะ! พวกเจ้าอย่าเลียนแบบนางก็แล้วกัน”
ไป่เจี๋ยได้ยินก็โล่งอก และอารมณ์ดีขึ้