เจียงเซี่ยนมองถุงเงินนั้นแต่กลับไม่รับ แล้วยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มอีกอึก ถึงเอ่ยอย่างเฉยชาว่า “เจ้าเก็บมันไว้ให้ดี ตอนนี้ข้าจะเชื่อว่าหลักฐานที่เจ้าบอกอยู่ในถุงเงินนี้ ข้าจะแนะนำทางสว่างให้เจ้าสักทางแล้วกัน”
ซ่งเสียนอี๋สีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก น้ำตาร่วงลงมาอีกครั้ง “ท่านหญิง ท่าน…ท่านไม่สนใจข้าแล้วหรือ? เมื่อครู่ข้าไม่ได้ตั้งใจปิดบัง ข้ากลัวว่าเอาออกมาแล้วจะสร้างความเดือดร้อนให้ท่าน…”
เจียงเซี่ยนได้ยินก็เริ่มไม่ชอบซ่งเสียนอี๋ขั้นมาหน่อยแล้ว
ทุกคนไม่ใช่ญาติที่ยากจะตัดความสัมพันธ์ทางสายเลือดได้เสียหน่อย แล้วก็ไม่ใช่ความรักที่ก่อตัวขึ้นในยามทุกข์ยากเช่นกัน ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายก็เป็นเรื่องปกติที่ทั้งสองฝ่ายจะเตรียมรับมือกันและกันอยู่แล้ว แต่นางพูดอย่างชัดเจนแล้ว ซ่งเสียนอี๋ยังแสร้งทำเป็นแสดงความจงรักภักดีอยู่ตรงนี้ นี่จึงทำให้นางหงุดหงิด
บางทีอาจจะเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่นางใช้ชีวิตในชาติก่อนซับซ้อนเกินไป นางจึงชอบคนและเรื่องที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อนมากกว่า
เจียงเซี่ยนไม่คิดที่จะสอนซ่งเสียนอี๋ คนแบบซ่งเสียนอี๋ยังไม่คุ้มที่นางจะสั่งสอนโดยเปล่าประโยชน์
“เจ้าก็ไม่ต้องลนลาน” นางเอ่ยแทรกเสียงพูดปนร้องไห้ของซ่งเสียนอี๋ “เจ้าก็รู้ว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ ถึงจะเป็นข้า ก็ทำได้เพียงไปบอกไทฮองไทเฮาหรือไทเฮาเช่นกัน เจ้าเป็นคนฉลาด ไม่อย่างนั้นฝ่าบาทก็คงจะไม่ให้ความสำคัญกับเจ้าเช่นนี้ และเจ้