เจียงเซี่ยนเห็นก็ไม่ค่อยพอใจ
นางสีหน้าเย็นชาเล็กน้อย และมองตู้ฮุ่ยจวินที่คุกเข่าอยู่บนพื้น พลางเอ่ยว่า “ทำไม? นี่ข้าพูดอะไรผิดหรือ?”
“ไม่ขอรับ ไม่ขอรับ!” ตู้ฮุ่ยจวินยิ่งเหงื่อออกมากขึ้น เขาพยายามคิดทุกวิถีทาง และเอ่ยว่า “ซื่อจื่อฐานะสูงศักดิ์ คนเช่นข้าเทียบได้ที่ไหนกัน! ข้ามิกล้าอวดดีให้คำแนะนำ ได้ฟังพวกเราร้องงิ้วก็ถือว่าบรรพบุรุษทำความดีไว้ ลูกหลานจึงได้รับผลกรรมดี แล้ว…”
เจียงเซี่ยนได้ยินก็เงียบไปชั่วครู่ แล้วถามจ้าวเซี่ยว “ซื่อจื่อก็คิดเช่นนี้เหมือนกันหรือ?”
จ้าวเซี่ยวชอบดูงิ้วมากเหมือนมารดาของเขา และเขาเข้าใจงิ้วจริงๆ ดังนั้นจึงไม่ดูถูกนักแสดงงิ้วของคณะเหล่านี้ และหากนักแสดงงิ้วของคณะเหล่านี้ได้รับคำแนะนำจากจ้าวเซี่ยวก็จะเป็นผลดีต่อทั้งศิลปะในการขับร้องงิ้วและบทงิ้ว กระทั่งจุดประกายความคิด และแทรกตัวอยู่ในอันดับนักแสดงงิ้วชั้นหนึ่ง ดังนั้นคนของคณะงิ้วจึงต่างรู้สึกว่าเป็นเกียรติที่ได้รับคำวิจารณ์จากจ้าวเซี่ยว และเรียกเขาอย่างเคารพว่า ‘ท่าน’
ทว่าถึงอย่างไรการร้องงิ้วก็เป็นเรื่องของคนที่ทำอาชีพต่ำต้อย ในสายตาของคนทั่วไป การเรียกแบบนี้ไม่เพียงแต่ไม่เป็นเกียรติ ทว่ากลับเป็นสิ่งที่แสดงถึงพฤติกรรมที่แย่ลงและมั่วโลกีย์…
จ้าวเซี่ยวเป็นซื่อจื่อแห่งจวนจิ้งไห่โหว เป็นจิ้งไห่โหวในภายภาคหน้า แน่นอนว่าไม่อาจทิ้งชื่อเสียงแบบนี้เอาไว้ได้
ดังนั้นสองปีนี้เขาจึงเชิญนักแสดงเข้ามาแสดงในบ้านเนื่องใน