ความอึดอัดนี้ก็เพียงชั่วพริบตาเท่านั้น
ไม่นานจ้าวเซี่ยวก็ปล่อยวางความรู้สึกเหล่านั้น
ท่านหญิงเจียหนานจะท่าทางน่าเกรงขามแค่ไหนก็เป็นเพียงเด็กสาวที่ไม่เคยผ่านความยากลำบาก หากก้าวออกจากวังหลวงและจวนเจิ้นกั๋วกงแล้ว นางก็เป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น
จ้าวเซี่ยวเริ่มคิดทบทวนอีกเรื่องหนึ่ง
หากเฉาไทเฮาไม่สามารถบดขยี้วังฉือหนิงได้อย่างที่พวกเขาคิด อย่างนั้นก็หมายความว่าเจียงเจิ้นหยวนเจิ้นกั๋วกงก็ไม่ได้ถูกเฉาไทเฮาควบคุมใช่หรือไม่?
ฮ่องเต้มีส่วนร่วมอะไรในนั้นด้วยหรือไม่?
ท่านหญิงเจียหนานไม่ยอมแต่งงานกับเฉาเซวียน เป็นเพราะตระกูลเจียงกับฮ่องเต้แอบตกลงอะไรกันหรือเปล่า?
จ้าวเซี่ยวยิ้มอย่างสุภาพ เขาตามหลังเจียงเซี่ยนอย่างสงบเยือกเย็น ท่าทีราวกับจะไปตำหนักอี๋เล่ออยู่แล้ว จึงบังเอิญไปทางเดียวกับเจียงเซี่ยน
เจียงเซี่ยนปล่อยให้เขาตามไป และเข้าไปในตำหนักอี๋เล่อ
โรงละครจัดเรียบร้อยแล้ว แขวนม่านและตั้งโต๊ะเก้าอี้แล้ว อู่เซิง[1]ตีลังกาอยู่บนเวที ชิงอี[2]ร้องงิ้วอยู่ข้างๆ อาจารย์ที่สอนการร้องงิ้วส่งสัญญาณให้อาจารย์ที่สีหูฉินหยุด แก้ไขบทงิ้วของชิงอีอยู่ก็หงุดหงิดที่พวกนักแสดงงิ้วหยอกเล่นกันไปมา จึงหันไปตวาดด่าสองสามคำ คนงานที่แบกอุปกรณ์ประกอบฉากอยู่ข้างๆ เหมือนไม่ได้ยิน และเดินผ่านตรงกลางไป ทว่าชั่วขณะที่เห็นเจียงเซี่ยนกลับทำหน้าตกใจกันเป็นอย่างมาก และคุกเข่าลงอย่างลนลาน ด้วยไม่รู้ว่าจะเรียกอย่างไร จึงเรียก ‘เห