นียงเหนียง’ กันอย่างวุ่นวาย
เจียงเซี่ยนรู้สึกว่าน่าสนใจมาก
ในบทงิ้วมักจะเขียนถึงฮ่องเต้และอำนาจของฮ่องเต้ ราวกับคำพูดประโยคเดียวของฮ่องเต้ก็สามารถทำให้น้ำทะเลไหลทวนกลับได้ ความจริงแล้วฮ่องเต้เป็นตำแหน่งที่อาภัพ ทำได้ไม่ดี ไม่นำภัยมาสู่ลูกหลานก็นำภัยมาสู่ตนเอง
ทุกครั้งที่นางดูงิ้วก็รู้สึกว่าคนที่เขียนบทงิ้วเหล่านี้ต้องเป็นบัณฑิตตกอับอย่างแน่นอน จึงไม่รู้อะไรทั้งนั้น และอาศัยแต่ความคิดฟุ้งซ่านส่วนตัว
เจียงเซี่ยนเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ไท่ซือที่อยู่ข้างๆ
เสียงเครื่องเป่าในตำหนักใหญ่ทุกชิ้นหยุดลงจนเงียบสนิท
เจียงเซี่ยนกำลังอยากถามอะไรเล็กน้อย ก็มีผู้ชายที่แต่งหน้าได้ครึ่งหนึ่งและสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบผ้าไหมหังสีน้ำเงินอมเขียวพุ่งออกมาจากด้านหลัง และเอ่ยอย่างกระวนกระวายว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
ตอนที่เห็นเหตุการณ์ในตำหนักใหญ่ เขาก็มองเจียงเซี่ยนอย่างตกใจครั้งหนึ่ง และหลุบตาลงในทันที เขาก้าวมาข้างหน้าสองสามก้าวและคุกเข่าลงหน้าทุกคน พลางเอ่ยด้วยเสียงประหม่าเล็กน้อยว่า “ข้าน้อยตู้ฮุ่ยจวินจากคณะเหลียนจูคารวะเหนียงเหนียงขอรับ”
‘เหนียงเหนียง’ เป็นคำเรียกสนมของฮ่องเต้
หลิวตงเยว่ขมวดคิ้ว และตวาดว่า “นี่คือท่านหญิงของพวกเรา”
ตู้ฮุ่ยจวินรีบเอ่ยว่า “ข้าน้อยตู้ฮุ่ยจวินจากคณะเหลียนจูคารวะท่านหญิงขอรับ”
คิดไม่ถึงว่าจ้าวเซี่ยวจะพูดถูกแล้ว คนที่ร้อง ‘เฉินเซียงช่วยแม่’ คือท่านตู้แห่งคณะเหลียนจูจริงๆ เสียด้วย
หรือว