่าจ้าวเซี่ยวชอบดูงิ้วหรือ?
คณะเหลียนจูนี้ตอนที่เจียงเซี่ยนเป็นไทเฮาก็เคยได้ยินเช่นกัน
ทว่าเวลานั้นนางครอบครองตำแหน่งสูงศักดิ์ ความชอบส่งผลกระทบต่อบ้านเมืองได้ง่าย แม้จะดูงิ้วก็ไม่ถึงกับย้ายคณะงิ้วคณะหนึ่งจากทางใต้เข้าเมืองหลวง
จะเห็นได้ว่าถึงจะได้เป็นไทเฮาแล้วก็ไม่สามารถทำอะไรตามใจชอบได้อยู่ดี แถมยังอาจจะไม่มีวาสนาเท่าพวกฮูหยินเฒ่าของตระกูลพ่อค้าที่ร่ำรวยด้วย
เจียงเซี่ยนยิ้มพลางให้ตู้ฮุ่ยจวินลุกขึ้นยืน และสังเกตเขาอย่างละเอียด
เพราะแต่งหน้าปิดไว้ จึงดูอายุและหน้าตาไม่ออก รูปร่างปานกลาง ดูท่าทางผอมมากทีเดียว ถึงแม้จะยืนอยู่ตรงนั้นอย่างตื่นตระหนก ทว่ากลับพยายามวางตัวให้ถูกกาลเทศะอย่างสุดกำลังเช่นกัน
เจียงเซี่ยนถามเขาด้วยเสียงอ่อนโยน “มีแต่คณะงิ้วของพวกเจ้าที่อยู่ที่นี่หรือ?”
ตู้ฮุ่ยจวินตอบอย่างนอบน้อมว่า “วันนี้มีการซ้อมของคณะงิ้วสามคณะ ตอนเช้าเป็นคณะสือซาน ตอนบ่ายเป็นพวกเรา ตอนเย็นเป็นคณะสื่อเจียขอรับ”
เจียงเซี่ยนเห็นเขาพูดจาคล่องแคล่วและฉะฉาน จึงถามเพิ่มอีกสองสามอย่าง
ตู้ฮุ่ยจวินรู้สึกได้ว่าเจียงเซี่ยนจิตใจดี จึงค่อยๆ กลัวน้อยลงเช่นกัน
ทว่ากลับอดที่จะพึมพำในใจไม่ได้
ไม่ใช่ว่าชายหญิงพูดคุยกันโดยตรงไม่ได้และอายุเจ็ดปีขึ้นไปก็นั่งด้วยกันไม่ได้แล้วหรือ? ทำไมท่านหญิงคนนี้กลับกล้าคุยกับเขาเช่นนี้?
บางทีอาจจะเหมือนอย่างที่อาจารย์ของเขากล่าว คนยืนอยู่จุดสูงสุดแล้ว ไม่มีกฎใดผูกมัดเขาได้ทั้ง