วามเคารพนอบน้อม
เสี่ยวโต้วจึเดิมชื่อตู้เซิ่ง
อีกฝ่ายเหงื่อตกเต็มหน้าผาก และไม่ชายตามองเขาแม้แต่น้อย พลางเดินเข้าไปข้างในพร้อมกับเอ่ยเสียงดังว่า “ขันทีหลิว ทำไมจู่ๆ ท่านหญิงถึงมาอยู่ที่ตำหนักชิ่งซั่นได้? ฝ่าบาทยังรอไปเสวยพระกระยาหารเที่ยงที่ตำหนักอวี้หลานกับท่านหญิงอยู่เลย!”
หลิวเสี่ยวหม่านสั่งให้ขันทีที่พามาจากวังฉือหนิงเปิดสัมภาระที่นำติดตัวมา จัดวางข้าวของเครื่องใช้และภาพวาดตามความเคยชินยามปกติของเจียงเซี่ยนอยู่ที่ตำหนักหลัก เขายังไม่ทันเอ่ยปาก หลิวตงเยว่ที่ยุ่งอยู่กับการสั่งพวกนางในให้จุดเตา ชงชา และจัดของว่างอยู่ในห้องชาของตำหนักข้างได้ยินเสียงก็เดินออกมา และยิ้มพลางทักทายเสี่ยวโต้วจึ “น้องตู้มาแล้ว! ท่านหญิงติดตามฝ่าบาทออกจากวังมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง และเรือก็โคลงเคลงเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ขึ้นเรือจนถึงตอนนี้ท่านหญิงดื่มน้ำไปเพียงสองอึกเอง แถมตอนที่อยู่ที่ท่าเรือก็ถูกรังแกอีก จึงสีหน้าไม่ค่อยดีมาตลอด เพิ่งจะเข้านอนเมื่อครู่…”
ความนัยที่แฝงอยู่ในนั้นคือ ให้เขาเบาเสียงลงหน่อยและอย่าตะโกนเสียงดัง
เสี่ยวโต้วจึหน้าแดง
หลิวเสี่ยวหม่านเดินออกมาจากตำหนักหลัก
สีหน้าของเขาอ่อนโยนปนรักและเมตตา พลางยิ้มและอธิบายว่า “ท่านหญิงเหนื่อยแล้ว นางไม่สบายเล็กน้อย และเพิ่งจะเข้านอนไป เกรงว่าคงจะรับประทานอาหารเที่ยงไม่ได้แล้ว” เขาเอ่ยพลางปล่อยแขนเสื้อที่พับขึ้นมาลง “ไม่อย่างนั้นข้าไปตำหนักเหรินโซ่วกับ