เจ้าดีหรือไม่? ฝ่าบาทจะได้ไม่ทรงกังวลด้วย”
เสี่ยวโต้วจึไม่กล้าถามมาก
เรื่องดียากที่จะทำให้คนรับรู้ได้ ทว่าเรื่องร้ายกลับแพร่ออกไปเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว
ในวังนี้ไม่รู้ว่ามีคนตั้งเท่าไรอยากดูเรื่องสนุกของฮ่องเต้กับท่านหญิง
เรื่องที่ท่านหญิงโกรธผู้ช่วยขันทีที่ดูแลภูเขาวั่นโซ่วจนโยนลงไปในทะเลสาบก่อนหน้านี้นั้น ไม่เพียงแต่ฮ่องเต้ที่รู้แล้ว ซูเพ่ยเหวินรองเสนาบดีกรมพิธีการกับไช่ติ้งจงจิ้นอันโหวต่างก็รู้แล้วเช่นกัน
เดิมทีฮ่องเต้ก็เป็นห่วงว่าท่านหญิงถูกรังแกแล้วจะอารมณ์ไม่ดี ตอนที่ให้เขามาเชิญท่านหญิงไปรับประทานอาหารเที่ยงก็ลังเลอยู่นานมาก ทว่าตอนหลังก็คิดว่าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องถามสารทุกข์สุกดิบสักหน่อย ถึงส่งเขามา ตอนที่จะออกจากตำหนักยังกำชับเขา “หากท่านหญิงอารมณ์ไม่ดี ก็ให้คนทำของอร่อยยกไปให้นางคนเดียวที่ตำหนักชิ่งซั่น ส่วนสถานที่พักผ่อนชั่วคราวสำหรับสตรีบรรดาศักดิ์ ข้าว่าก็จัดไว้ที่ตำหนักอี๋อวิ๋นแล้วกัน…ตรงนั้นใหญ่กว่าตำหนักชิ่งซั่นด้วย เพียงแต่อยู่ไกลหน่อย…”
ซูเพ่ยเหวินไม่เห็นด้วย จึงเอ่ยว่า “แต่ที่นั่นก็อยู่ใกล้กับตำหนักอวี้หลานเช่นกัน หากมีคนไปผิดที่ก็แย่แล้ว”
ถัดจากตำหนักอวี้หลานก็เป็นสถานที่ที่จ้าวอี้พัก ตรงนี้ต้องจัดกำลังทหารคุ้มกันอย่างแน่นหนา ถึงเวลานั้นจึงไม่ค่อยสะดวกนัก
ไช่ติ้งจงก้มหน้าลงและแสร้งทำเป็นเหมือนไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
ฟังคำพูดของฮ่องเต้ก็รู้ว่าฮ่องเต้อยากปกป้องท่านหญ