เรือโคลงเคลง เจียงเซี่ยนจึงหลับไปอย่างรวดเร็ว
ตอนที่นางถูกไป่เจี๋ยปลุก อีกสามเค่อจะถึงยามอู่ เรือก็ถึงท่าเทียบเรือใหญ่แล้ว
กรมพิธีการกับกรมวังรับผิดชอบวันเฉลิมพระชนมพรรษาของเฉาไทเฮาในครั้งนี้ ซูเพ่ยเหวินรองเสนาบดีกรมพิธีการ เจ้ากรมวังจั่วจากกรมวัง และไช่ติ้งจงจิ้นอันโหวพาเหล่าขุนนางที่มาราชการที่ภูเขาวั่นโซ่วในครั้งนี้มารออยู่ที่ริมฝั่งตั้งนานแล้ว
จ้าวอี้เรียกซูเพ่ยเหวินกับไช่ติ้งจงมาพบ และคุยกับพวกเขาอย่างสนิทสนมเล็กน้อย แล้วก็ให้ทั้งสองคนไป ‘วารีเคียงพฤกษา’ ท่าเรือที่ขึ้นฝั่งเป็นเพื่อน
เจียงเซี่ยนยืนอยู่หน้าลายฉลุหน้าต่างของห้องโดยสารบนเรือ มองไปยังเสาหินอ่อนสีขาวสลักรูปมังกรและหงส์พันรอบเสาที่มีคำว่า ‘วารีเคียงพฤกษา’ ไกลๆ ด้วยความรู้สึกหลากหลาย
วารีเคียงพฤกษาเป็นตำหนักห้าห้องที่เชื่อมกับตำหนักเล่อโซ่วที่อยู่ทางด้านหลังโดยตรง ทุกครั้งที่เฉาไทเฮามาภูเขาวั่นโซ่วก็ชอบพักที่นี่
แม้จ้าวอี้จะยังไม่ได้ว่าราชการด้วยตนเอง ทว่าถึงอย่างไรเขาก็เป็นฮ่องเต้ เฉาไทเฮาจึงจัดให้เขาอยู่ที่ตำหนักเหรินโซ่วใกล้ประตูวังทางทิศตะวันออก
เวลาเฉาไทเฮาพักร้อนที่ภูเขาวั่นโซ่วก็จะจัดการข้อราชการและพบเหล่าขุนนางใหญ่ที่ตำหนักเหรินโซ่วพร้อมกับจ้าวอี้
ตำหนักอี๋อวิ๋นที่อยู่ใกล้ตำหนักเล่อโซ่วและอยู่ระหว่างสองตำหนักจึงกลายเป็นสถานที่พักผ่อนของเหล่าสตรีบรรดาศักดิ์ข้างในและข้างนอกที่มาพักร้อนเป็นเพื่อนเฉาไทเฮา ส่วนตำหน