ักอวี้หลานที่อยู่ใกล้ตำหนักเหรินโซ่วก็กลายเป็นสถานที่พักกลางวันของเฉาไทเฮา
หลังจากเฉาไทเฮาเสียชีวิต จ้าวอี้ยังคงมาพักร้อนที่ภูเขาวั่นโซ่วทุกหน้าร้อนเหมือนกับตอนที่เฉาไทเฮายังมีชีวิตอยู่เช่นเดิม
เขาอยู่ที่ตำหนักเหรินโซ่วต่อ และจัดให้เจียงเซี่ยนอยู่ที่ตำหนักเล่อโซ่ว
ส่วนพวกคนสกุลฟางนั้นเข้าไปพักที่ตำหนักอี๋อวิ๋นแล้ว
ตอนหลังจ้าวอี้ไม่ชอบที่ตำหนักเหรินโซ่วอยู่ไม่สบาย จึงย้ายไปอยู่ที่ตำหนักอวี้หลาน
นางวางยาฆ่าคนสกุลฟางที่ตำหนักอี๋อวิ๋น และฆ่าจ้าวอี้ที่ตำหนักเล่ออี๋ซึ่งตั้งอยู่หลังตำหนักเล่อโซ่ว
หลังจากนั้นเจ็ดปีก็ไม่ย่างเท้าเข้าภูเขาวั่นโซ่วอีก
นางไม่ชอบที่นี่เลย
เรือถึงท่าเรือ ‘วารีเคียงพฤกษา’ แล้ว จ้าวอี้ถูกห้อมล้อมไปด้วยขุนนาง ขันที และองครักษ์และขึ้นเกี้ยวไปตำหนักเหรินโซ่วแล้ว ทว่ากลับให้เสี่ยวโต้วจึมาบอกเจียงเซี่ยนว่าให้นางหยุดพักที่ตำหนักอี๋อวิ๋นก่อน อีกสักครู่รับประทานอาหารกลางวันกับเขาที่ตำหนักอวี้หลาน
เจียงเซี่ยนไม่อยากไปไหนทั้งนั้น
นางถามหลิวเสี่ยวหม่าน “ใครเป็นคนดูแลงานที่ภูเขาวั่นโซ่วหรือ?”
หลิวเสี่ยวหม่านยิ้มและตอบว่า “หมิ่นโจวพี่น้องร่วมสาบานของเฉิงเต๋อไห่ขอรับ”
เจียงเซี่ยนเอ่ยว่า “เจ้าเรียกหมิ่นโจวมาพบข้าหน่อย!”
หลิวเสี่ยวหม่านยิ้มพลางเอ่ยว่า “ท่านหญิงมีธุระอะไรสั่งให้ข้าไปทำก็ได้ขอรับ ทำไมจะต้องติดต่อกับพวกเขาด้วย?”
เจียงเซี่ยนเอ่ยว่า “เจ้าแค่ฟังคำสั่งข้าและเรียกคนมาก็พอ