แล้ว”
หลิวเสี่ยวหม่านเห็นนางท่าทางเด็ดขาดก็ไม่อาจพูดอะไรได้อีก เขาไปประมาณสองก้านธูป[1] ถึงเดินเข้ามากับชายที่อายุสามสิบปีและสวมเครื่องแบบขันที
“ท่านหญิง!” ชายผู้นั้นค้อมตัวคารวะเจียงเซี่ยน ทว่ากลับแสดงสีหน้าไม่ใส่ใจออกมา และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าคือหมิ่นสี่อาลักษณ์แห่งภูเขาวั่นโซ่ว ผู้ช่วยขันทีหมิ่นของเราไปตำหนักเหรินโซ่วเป็นเพื่อนฝ่าบาทแล้ว…”
คนที่รับใช้ในวังก็แบ่งหลายระดับเช่นกัน
คนที่ทำงานมากมายเป็นขุนนางที่ไม่มีระดับ ไม่ว่าเจ้าอายุเท่าไรก็เรียกได้ว่าขันทีเท่านั้น
แล้วตั้งแต่ระดับสี่ถึงระดับแปดก็แตกต่างกัน แบ่งเป็นหัวหน้าขันที รองหัวหน้าขันที ผู้ช่วยขันที หัวหน้าฝ่าย คนที่ติดตามรับใช้ขุนนาง และอาลักษณ์
หมิ่นโจวเป็นผู้ช่วยขันทีระดับห้า เจียงเซี่ยนเรียกเขา แต่เขากลับให้อาลักษณ์ระดับแปดคนหนึ่งมาตอบนาง…เดิมทีก็เป็นการเมินเฉยและเหยียดหยามนางอยู่แล้ว
ไม่ใช่ว่าเจียงเซี่ยนไม่เคยถูกรังแก
ทว่าเมื่อก่อนนางก็อดทนแค่กับจ้าวอี้เท่านั้น และตอนหลังก็อดทนกับหลี่เชียนเพียงคนเดียว
คนแรกเป็นสามีของนาง ส่วนคนหลังนั้นนางไม่รู้จะทำอย่างไรดี
เจ้าคนสกุลหมิ่นนี่คิดว่าตนเองเป็นใครกัน เขายังไม่มีวาสนาที่จะทำให้นางกล้ำกลืนความเจ็บช้ำน้ำใจ!
นางเอ่ยแทรกหมิ่นสี่โดยไม่รอให้เขาพูดจบ และเอ่ยกับหลิวเสี่ยวหม่านว่า “ข้าเรียกคนที่ดูแลงานที่นี่มาตอบ แต่เจ้ากลับพาคนใช้ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยมาหาข้า เจ้าพาเขามาจากไหนก็