นเฉลิมพระชนมพรรษาแก่ไทเฮา ราชเลขาธิการเหยียนอ่านคำอวยพร…”
หมิ่นโจวไม่มีเวลาสนใจเรื่องนี้มากนัก จึงบุกเข้าไป
จ้าวอี้ขมวดคิ้ว
จิ้นอันโหวหยุดพูด เขากับซูเพ่ยเหวินที่ยืนอยู่ข้างๆ มองหมิ่นโจวอย่างสนใจ
หมิ่นโจวคุกเข่าลงตรงหน้าจ้าวอี้แล้วเรียก “ฝ่าบาท” ครั้งหนึ่งด้วยเสียงเศร้าสร้อย พลางเอ่ยว่า “ขอฝ่าบาทโปรดไว้ชีวิตกระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
จ้าวอี้ไม่ชอบพวกขันทีที่พึ่งพาอาศัยเฉิงเต๋อไห่นี้มาโดยตลอด แต่ก็ไม่กล้าแตกคอกับพวกเขาเพราะเฉาไทเฮา
เวลานี้เห็นเขาบุ่มบ่ามบุกเข้ามาแบบนี้ ในใจก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ ทว่านึกถึงเฉาไทเฮา จึงยังเอ่ยว่า “เจ้าเป็นอะไรไป? มีอะไรก็พูดจากันดีๆ ส่งเสียงเอะอะโวยวาย เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
หมิ่นโจวได้ยินก็คลานมาข้างหน้าอีกเล็กน้อย และมองจ้าวอี้ด้วยสายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว พลางเอ่ยว่า “เมื่อครู่ท่านหญิงเจียหนานเรียกกระหม่อมไปสอบถาม แต่กระหม่อมกำลังเตรียมพระกระยาหารเที่ยงให้ฝ่าบาทกับท่านหญิงอยู่พอดี ไปไหนไม่ได้ชั่วขณะ จึงส่งหมิ่นสี่อาลักษณ์ที่เป็นขุนนางที่มีระดับเพียงคนเดียวของภูเขาวั่นโซ่วนอกจากกระหม่อมไป ปรากฏว่าล่วงเกินท่านหญิงเข้า ท่านหญิงจึงจะลงโทษกระหม่อมเพื่อเป็นการตักเตือน”
“กระหม่อมทราบดีว่าไม่อาจยกโทษให้ได้”
“แต่พรุ่งนี้ก็เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของไทเฮาแล้ว ให้ท่านหญิงค่อยลงโทษกระหม่อมเพื่อเป็นการตักเตือนหลังวันเฉลิมพระชนมพรรษาของไทเฮาได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ ให้กระหม่อม