ันถึงแคว้น แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยปฏิเสธ หากเจ้าไม่เชื่อ ไว้ขันทีเฝิงมาแล้วลองถามขันทีเฝิงดูก็ได้ว่าจะจัดการอย่างไร หรือไม่เจ้าก็รีบให้คนไปส่งข่าวแก่ขันทีเฉิง ดูว่าขันทีเฉิงจะว่าอย่างไร” พอเอ่ยจบ เขาก็เรียกหลิวตงเยว่ลูกบุญธรรมของตนเองมาเสียงดัง “ข้าต้องไปที่ตำหนักของฝ่าบาท เจ้าคอยอยู่ที่นี่ ต้องรับใช้ท่านหญิงให้ดี ไม่อย่างนั้นเจ้ากับข้ากลับไปก็ต้องไปดื่มชาที่กองพิจารณาคดี”
หากหลิวตงเยว่ไม่เฉลียวฉลาด หลิวเสี่ยวหม่านก็คงจะไม่รับเป็นลูกบุญธรรมแล้วเช่นกัน
เขาขานรับอย่างขลาดกลัว และคอยอยู่ในห้องโดยสารบนเรืออย่างระมัดระวัง
หมิ่นสี่ไม่เคยเป็นคนรับใช้ในวังทั้งหกจริงๆ ชื่อของท่านหญิงเจียหนาน เขาก็ได้ยินมานานแล้ว ทว่าเจียงเซี่ยนในความทรงจำของเขาเป็นเงาที่หลบอยู่หลังไทฮองไทเฮาตลอดเท่านั้น
ยิ่งกว่านั้นตามกฎและตามหลักแล้วหมิ่นโจวก็ควรจะรับใช้จ้าวอี้ก่อนถึงจะถูก ก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะไม่เห็นเจียงเซี่ยนอยู่ในสายตา
หมิ่นสี่เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยดีนัก จึงวิ่งเหยาะๆ ตามหาหมิ่นโจวไปตลอดทาง
หมิ่นโจวกำลังสั่งเหล่าขันทีให้เตรียมอาหารกลางวันของจ้าวอี้
เมื่อก่อนเขาเคยรับใช้จ้าวอี้ จ้าวอี้ยังประทับใจในตัวเขามาตลอด
และเมื่อครู่ก็ยังทักทายเขาด้วย
พอหมิ่นโจวได้ยินก็ไปตำหนักเหรินโซ่วด้วยทางลัดทันที
—
จ้าวอี้กำลังฟังจิ้นอันโหวพูดเรื่องงานเลี้ยงวันเกิด “…ถึงเวลานั้นซื่อจื่อจิ้งไห่โหวจะเป็นตัวแทนพระญาติถวายของขวัญวั