จ้าวอี้ยิ้มตาหยี และเอ่ยว่า “เสด็จย่าฝากเจ้าไว้กับข้าแล้ว ถึงเวลานั้นเจ้าอย่าเดินเพ่นพ่าน หากเจ้าบาดเจ็บตรงไหนขึ้นมา เสด็จย่าต้องตำหนิว่าข้าไม่ดูแลเจ้าให้ดีแน่ และต่อไปก็คงจะไม่ให้ข้าพาเจ้าออกไปเที่ยวแล้ว”
พูดอย่างกับเขาเคยพานางออกไปเที่ยวเสียเมื่อไร
เจียงเซี่ยนไม่อยากคุยกับเขามาก จึงเอ่ยอย่างขอไปทีว่า “ฝ่าบาทวางพระทัยได้ หม่อมฉันจะไม่เดินเพ่นพ่านเพคะ”
ทว่าพอเงยหน้าขึ้นกลับเห็นซ่งเสียนอี๋ที่ตามอยู่ข้างหลังจ้าวอี้ไกลๆ
นางอดที่จะรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้
เมื่อก่อนซ่งเสียนอี๋แทบอยากจะแปลงร่างเป็นหางของจ้าวอี้และติดตามจ้าวอี้อย่างใกล้ชิด
นางรู้เรื่องของแม่นมฟางแล้วงั้นหรือ?
เจียงเซี่ยนคาดเดา และเอ่ยกับจ้าวอี้ว่า “หากฝ่าบาทไม่วางพระทัย ก็ให้ซ่งเสียนอี๋อยู่เป็นเพื่อนหม่อมฉันแล้วกัน หากกายกรรมไม่สนุกก็ยังมีคนพอเล่นไพ่โต๊ะหนึ่งได้”
ไป่เจี๋ยกับฉิงเค่อติดตามรับใช้อยู่ข้างกายนาง นางไปไหนก็จะตามไปที่นั่น
แต่ครั้งนี้จ้าวอี้ที่ปกติตามใจนางทุกอย่างกลับลังเลอยู่ชั่วครู่
เจียงเซี่ยนคิดว่าตนเองเดาถูกแล้ว จึงเดินผ่านจ้าวอี้ไปเอ่ยกับซ่งเสียนอี๋โดยตรงว่า “เดี๋ยวเจ้ามากับข้า ช่วยไป่เจี๋ยกับฉิงเค่อจัดสัมภาระให้ข้า ถึงเวลานั้นจะได้เป็นผู้ช่วยพวกนางได้”
ซ่งเสียนอี๋มองจ้าวอี้ครั้งหนึ่ง และเดินมาอย่างตะกุกตะกัก ทว่าหน้าตากลับดีใจจนแทบจะปิดไม่มิด
เจียงเซี่ยนรู้อยู่แก่ใจ