ี๋ยวอ้าปากเดี๋ยวหุบปากจะปฏิเสธเรื่องแต่งงานนี้ ทว่าชั่วพริบตากลับเห็นเจียงเซี่ยนยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มชา
เจียงเจิ้นหยวนพลันฉุกคิดได้
เป่าหนิง ใจเย็นเกินไปแล้ว
มือที่ยกถ้วยชานั้น นิ่งดุจขุนเขา ไม่สั่นแม้แต่นิดเดียว
ไทฮองไทเฮารักหลานสาวคนนี้ของเขามากมาโดยตลอด ทว่านางกลับมาบอกเรื่องนี้กับตนเอง เรื่องแต่งงานนี้หากเฉาไทเฮาไม่แสดงออกว่าไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน ไทฮองไทเฮาก็ไม่ยินยอมเช่นกัน…เวลานี้เป็นเวลาที่นางควรจะกลุ้มใจ แล้วจะเยือกเย็นขนาดนี้ได้อย่างไร?
เจียงเจิ้นหยวนคิด แล้วลองหยั่งเชิงว่า “เป่าหนิง แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ? เจ้าอยากแต่งงานกับฝ่าบาทหรือไม่?”
เวลานี้เจียงเซี่ยนถึงถอนหายใจออกมา
นางอายุยังน้อย ตอนที่บิดาของนางยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นคนที่นิสัยเหมือนเด็ก ท่านลุงจึงเป็นเสาหลักในตระกูล และเป็นคนตัดสินใจเรื่องภายในตระกูลจนชินแล้ว จึงอาจจะไม่ฟังคำพูดของนางก็ได้ นางถึงคิดว่าจะเอ่ยปากก็ต้องทำให้อีกฝ่ายคาดไม่ถึง ทำให้ท่านลุงมองนางต่างไปจากเดิม…และเรื่องราวหลังจากนี้ก็ง่ายแล้ว
“ท่านลุงก็รู้ว่าข้าเติบโตในวังตั้งแต่เด็ก จะให้มาอยู่ข้างนอก เห็นพวกฮูหยินโหวและฮูหยินป๋อที่ดูแลเรื่องอาหารการกินภายในบ้านแล้ว ข้าคิดบัญชีและบริหารเงินไม่เป็น ดูแลจวนและคบหาคนไม่เป็น เย็บปักถักร้อยและทำอาหารก็ไม่เป็น ดังนั้นอยู่ในวังดีกว่า” คำพูดที่ชาติก่อนเจียงเซี่ยนไม่มีโอกาสบอกคนในครอบครัว ชาตินี้นางอาศัยโอกาสครั้