าคนอื่นอยู่แล้ว ข้าก็รู้ว่าท่านหญิงเจียหนานเป็นคนเมตตากรุณา แต่คนที่ใกล้ชิดที่สุดอย่างพวกเจ้าก็ควรจะประพฤติตัวดีๆ เป็นหน้าเป็นตาของท่านหญิงถึงจะถูก วันนี้ยังดีที่ชนข้า หากชนคนที่อยู่ข้างกายไทเฮา คงได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ และไม่แน่ว่าท่านหญิงของพวกเจ้าก็อาจจะเดือดร้อนไปด้วย”
ฉิงเค่อขานรับอย่างนอบน้อม
คนสกุลฟางยิ้มอย่างพอใจ
เจียงเซี่ยนรู้สึกแปลกใจ
ทำไมชาติก่อนนางถึงมองไม่ออกว่าคนสกุลฟางเป็นคนเจ้าอารมณ์ขนาดนี้?
คนสกุลฟางเอ่ยว่า “ฉิงเค่อ เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
ฉิงเค่อยิ้มและเอ่ยว่า “ไทฮองไทเฮาจะหาคนเล่นไพ่ ปรากฏว่าฝ่าบาทเสด็จไปที่ภูเขาวั่นโซ่วแล้ว ท่านหญิงทั้งสองก็ไม่รู้ว่าไปไหนแล้วเช่นกัน พวกเราหานานมากแล้วก็หาไม่เจอ วงไพ่ก็เลยขาดขา…”
คนสกุลฟางได้ยินก็โล่งอก แล้วก็เกิดอยากรู้ขึ้นมาเล็กน้อย จึงเอ่ยว่า “ท่านหญิงทั้งสองไปไหนหรือ?”
ฉิงเค่อเอ่ยอย่างจนใจว่า “เห็นว่าตามฝ่าบาทไปภูเขาวั่นโซ่วแล้ว…”
เจียงเซี่ยนเห็นว่าคนสกุลฟางกำผ้าเช็ดหน้าแน่น
“ตามฝ่าบาทไปภูเขาวั่นโซ่วแล้วหรือ!” คนสกุลฟางเอ่ยเสียงเบา สายตาแลดูคมกริบเล็กน้อย และเอ่ยว่า “ฝ่าบาทเสด็จไปทรงงาน ท่านหญิงทั้งสองตามไปทำไมกัน? ไทฮองไทเฮาไม่พิโรธหรือ?”
“พิโรธน่ะสิ!” ฉิงเค่อท่าทางไม่รู้จักอันตราย นางถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “แต่ใครจะห้ามท่านหญิงได้ล่ะ! สองวันก่อนฝ่าบาทส่งน้ำหอมกับขนมอบมาด้วย ไม่อย่างนั้นท่านหญิงก็คงจะไม่ตามฝ่าบาทไปภูเขาวั่น