โซ่วหรอก!”
ใบหน้าของคนสกุลฟางเปลี่ยนเป็นบูดเบี้ยวขึ้นมาทันที ผ่านไปครู่หนึ่ง นางถึงเก็บสีหน้า และเปลี่ยนเป็นหน้ายิ้ม พลางเอ่ยว่า “ฉิงเค่อ งั้นเจ้าก็รอท่านหญิงของพวกเจ้าอยู่ที่นี่เถอะ! ข้าจะไปวังคุนหนิงสักหน่อย ไทเฮาทรงเรียกข้าเข้าเฝ้า”
ฉิงเค่อได้ยินก็มองซ้ายมองขวา และเอ่ยเสียงเบาว่า “แม่นมฟาง ท่านหาที่พักเหนื่อยสักหน่อยดีกว่า! ได้ยินว่าหลังจากสาส์นของสำนักราชเลขาธิการส่งเข้ามา ไทเฮาก็พิโรธเป็นอย่างมาก แม้แต่ขันทีเฉิงก็ถูกตวาดด่าเช่นกัน…ตอนนี้ไทเฮากำลังสนทนากับราชเลขาธิการเหยียนอยู่พอดี!”
คนสกุลฟางอึ้งไป และเอ่ยว่า “แต่ไทเฮาทรงเรียกข้า…”
ฉิงเค่อเม้มปากยิ้ม แล้วเอ่ยว่า “นี่จะไปยากอะไร วันนี้ไทเฮาอารมณ์ไม่ดี จะนึกถึงท่านได้อย่างไรล่ะ! อย่างไรท่านก็รออยู่ในห้องชาตลอดไม่ได้กระมัง? ข้าว่าท่านไปพูดจาดีๆ ต่อหน้าขันทีเฉิงสักหน่อยดีกว่า ต่อให้ไทเฮานึกขึ้นมาได้แล้ว มีขันทีเฉิงขวางอยู่ ท่านจะกังวลอะไร”
ให้นางไปติดสินบนเฉิงเต๋อไห่ขันทีวังคุนหนิง
นางเกลียดจนกัดฟันกรอด
นางไม่ได้เจอเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก
ในสายตาของพวกเฉาไทเฮา ไทฮองไทเฮา หรือกระทั่งเจียงเซี่ยน นางก็เป็นแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งที่เชื่อฟังคำสั่งมากเท่านั้น ยังจะจำได้ว่าเคยเรียกนางเข้าเฝ้าได้อย่างไรล่ะ?
จะโทษก็โทษที่หลายวันนี้นางทำอะไรราบรื่นจนชะล่าใจเกินไปแล้ว
คนสกุลฟางสูดหายใจลึก
หากเป็นยามปกติ ต่อให้นางยืนอยู่นอกตำหนักของเฉาไทเฮาทั้งว