เจ้าสักหน่อย”
หลี่เชียนคิดแล้วก็สั่งให้รถม้าไปทางตรอกหลัวถง
เจียงเซี่ยนเงียบ และนั่งอยู่ในรถม้าอย่างเรียบร้อย
แสงแดดข้างนอกส่องผ่านม่านหน้าต่างไหมสีเขียวขจีของรถม้าเข้ามา ใบหน้าของนางขาวราวกับกองหิมะในแสงสลัว
หลี่เชียนรู้สึกอึดอัด อยากพูดอะไรบางอย่าง หางตาปรายไปเห็นเซียงเอ๋อร์ที่นั่งขดตัวอยู่ท้ายรถ สุดท้ายจึงยังไม่เอ่ยอะไรทั้งนั้น
ทั้งสองเงียบตลอดทาง
จนกระทั่งลงมาจากรถ เจียงเซี่ยนถึงพบว่าที่นี่คือสวนดอกไม้หลังบ้านของบ้านหลังหนึ่ง ต้นหญ้าและต้นไม้เจริญงอกงาม บดบังแสงจากพระอาทิตย์ รอบด้านเงียบสงัดและไม่ได้ยินเสียงรอบข้างแม้แต่น้อย
หลี่เชียนพานางผ่านทางเดินแคบเข้าไปในอุโมงค์ประตูทรงกลมดุจพระจันทร์
ข้างอุโมงค์ประตูทรงกลมนั้นปลูกต้นดอกหอมหมื่นลี้ แม้จะเลยเวลาที่ดอกไม้ผลิบานไปแล้ว แต่ต้นไม้กลับยังคงเขียวชอุ่มและเจริญงอกงามเช่นเดิม
เดินต่อไปอีกเป็นเรือนหมิงขนาดสามห้องที่หน้าต่างเล็กๆ ทาสีแดงและเขียว
ในเรือนหมิงไม่มีคนรับใช้
ทั้งสองคนนั่งลงในเรือนหมิง หลี่เชียนถามนาง “ชาเหล่าจวินเหมยเหมือนเดิมหรือ?”
เจียงเซี่ยนพยักหน้า
หลี่เชียนลุกขึ้นไปชงชาและเอ่ยว่า “ท่านออกมาคนเดียว ไม่เป็นไรหรือ?”
“ไม่เป็นไร” เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างเฉยชา “เรื่องในวังมอบให้ท่านหญิงชิงฮุ่ยหมดแล้ว”
ดูเหมือนท่านหญิงชิงฮุ่ยเป็นหนึ่งในคนที่ท่านหญิงเจียหนานไว้ใจที่สุด
หลี่เชียนจดจำไว้ในใจ แล้วยกชามาวางตรงหน้าเจียงเซี่ยน
เจียงเซี