อี้ก็อดที่จะเผยสีหน้าแปลกๆ ออกมาเล็กน้อยไม่ได้
เขาเติบโตอยู่ในเงาของเฉาไทเฮาตั้งแต่เด็ก มีคนที่ไม่สนใจและเมินเขา มีคนที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมหาผลประโยชน์ให้ตัวและประจบเขา แล้วก็ยังมีคนที่รังแกเขาเรื่องอายุและหลอกให้เขามอบรางวัลในราชสำนักให้ ทว่ายังไม่มีใครคุยกับเขาเหมือนเป็นเพื่อนเช่นหลี่เชียนเลย
ไม่ว่าคนแซ่หลี่นี้มีจุดประสงค์อะไร แค่ความกล้านี้ก็เป็นคนที่มีความสามารถคนหนึ่งแล้ว
และช่วงนี้เขาก็ต้องการคนมากพอดี
จ้าวอี้หดเท้าที่ก้าวไปครึ่งก้าวกลับมา และเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างสนิทสนมว่า “ได้ยินว่าเจ้าติดตามพ่อเจ้าเข้าเมืองหลวง? วันเกิดของไทเฮายังอีกหลายวัน หลายวันนี้พ่อเจ้าทำอะไรอยู่หรือ?”
หลี่เชียนยิ้มและตอบว่า “บิดาของกระหม่อมชอบเหล้ารสดีที่สุด หลังจากมาเมืองหลวงก็ไปกินดื่มที่โรงเตี๊ยมทุกวัน บอกว่าต้องชิมเหล้าของเมืองหลวงให้หมด เมื่อคืนยังดื่มถึงดึกดื่นเที่ยงคืนถึงจะกลับมาเลยพ่ะย่ะค่ะ!”
จ้าวอี้เอ่ยอย่างสนใจมากว่า “เช่นนั้นหรือ? เมื่อวานใต้เท้าหลี่ไปดื่มเหล้ากับใคร? ดื่มที่ไหนล่ะ?”
หลี่เชียนเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควรว่า “น่าจะกับราชเลขาธิการเหยียนกระมัง? เขากลับมาก็ตวาดด่ากระหม่อมไปรอบหนึ่ง บอกว่ากระหม่อมไม่ยอมตั้งใจเรียนหนังสือ คิดแต่จะอาศัยความดีความชอบของคนรุ่นก่อนกินไปวันๆ แถมยังจะส่งกระหม่อมกลับฝูเจี้ยนให้กลับไปเรียนหนังสือที่สำนักฝูโจวให้ได้ หากสอบไม่ได้จวี่เหริน[1]หรือจ