คนๆ นี้หน้าด้านมาก ขอเพียงเจ้าตอบไป เขาก็สามารถพูดกับตนเองต่อไปคนเดียวได้ โดยไม่สนว่าเจ้าจะฟังหรือไม่ แต่เขาต้องพูดให้จบให้ได้
น่าเสียดายที่ไป๋ซู่ไม่รู้
และรู้สึกว่ายากมากที่จะได้เจอคนที่สดใสร่าเริง แล้วก็คุยสนุกเหมือนหลี่เชียน
นางยิ้มและเอ่ยว่า “เจ้าหาซื่อจื่อชินเอินป๋อมีธุระอะไรหรือ? หลายวันนี้เขาไม่เข้าวัง เจ้าจะหาก็ต้องไปหาเขาที่จวนของเขา”
“แบบนี้นี่เอง!” หลี่เชียนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม บนหน้าเผยความลำบากใจออกมาเล็กน้อย แล้วเอ่ยว่า “ความจริงแล้วข้าอยากขอให้ซื่อจื่อชินเอินป๋ออกหน้าช่วยข้าเรื่องหนึ่ง?” เขาพูดอยู่ก็ยิ้มอย่างเกรงใจ และเอ่ยว่า “แต่ว่า…หากท่านหญิงยอม ท่านหญิงช่วยข้าออกหน้าก็เหมือนกัน…”
“ท่านหญิง?” ไป๋ซู่มองไปทางเจียงเซี่ยนอย่างงุนงง
เจียงเซี่ยนโกรธเป็นอย่างมาก
นางก็รู้ว่าคนๆ นี้เอ่ยปากก็ไม่ใช่เรื่องดี!
“หลายวันนี้ข้ามีธุระ เกรงว่าคงช่วยอะไรองครักษ์หลี่ไม่ได้” เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างเฉยเมย “ยิ่งกว่านั้นเรื่องที่ซื่อจื่อชินเอินป๋อทำได้ เฉิงเอินกงทำได้ดีกว่า แทนที่จะเจ้าจะไปหาซื่อจื่อชินเอินป๋อสู้ไปหาเฉิงเอินกงดีกว่า”
นางมองไป๋ซู่ครั้งหนึ่ง ส่งสัญญาณให้ไป๋ซู่ไม่ต้องสนใจเขา และกลับวังไป
ไป๋ซู่ลังเลอยู่ชั่วครู่
หลี่เชียนก็เอ่ยแล้วว่า “ท่านหญิง คือแบบนี้ขอรับ หลายวันก่อนข้าเป็นแขกที่จวนเฉิงเอินกง เด็กรับใช้ของซื่อจื่อซินเซียงโหวไม่ระวังทำชาหกใส่เสื้อคลุมของข้า เฉิงเอินกงเลยให้เสื้อ