ายทอดวิชาความรู้ให้ด้วยตนเอง ออกมาครั้งนี้ หลี่ฉางชิงจัดให้หวังไหวอิ๋นอยู่ข้างกายหลี่เชียนและให้เขาคอยช่วยเหลือหลี่เชียน
หลี่เชียนโยนแส้ม้าในมือไปให้ปิงเหอเด็กรับใช้ที่ติดตามอยู่ข้างกาย และเดินเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว พร้อมกับถามหวังไหวอิ๋น “ท่านพ่ออยู่บ้านหรือไม่?”
เขามือยาวขายาว หวังไหวอิ๋นต้องเดินอย่างเร็วมากถึงจะตามฝีเท้าของเขาได้ทัน “ใต้เท้าไปบ้านราชเลขาธิการเหยียน ยังไม่กลับมาขอรับ”
ราชเลขาธิการเหยียนชื่อเหยียนหวาเหนียน เป็นราชเลขาธิการในราชวงศ์ปัจจุบัน เป็นชาวเฉียนถัง มาจากครอบครัวตระกูลขุนนาง และเหมือนกับบัณฑิตทุกคน เขาไม่ค่อยชอบหลี่ฉางชิง หลี่ฉางชิงเข้าเมืองหลวงมาอวยพรวันเกิดให้เฉาไทเฮา และอยากเข้าพบเหยียนหวาเหนียนหลายครั้ง เหยียนหวาเหนียนก็ปฏิเสธทางอ้อมตลอด
หลี่เชียนได้ยินก็ชะงักฝีเท้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วเอ่ยว่า “ทำไมราชเลขาธิการเหยียนถึงยอมพบท่านพ่อแล้ว?”
หวังไหวอิ๋นเอ่ยเสียงเบาว่า “ว่ากันว่าเป็นพระประสงค์ของเฉาไทเฮา ให้ราชเลขาธิการเหยียนลองถามใต้เท้าเรื่องที่ฝูเจี้ยนต่อต้านญี่ปุ่นขอรับ”
หลี่เชียนพยักหน้า เขารู้สึกว่าเฉาไทเฮารีบลงมือมากเกินไปหน่อยจริงๆ และอาจจะไม่ใช่เรื่องดีนัก
เขาเข้าไปในเรือนตะวันตกของตนเอง เด็กรับใช้ตักน้ำเข้ามา
หลี่เชียนล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วนั่งดื่มชาบนเตียงอุ่นหลังใหญ่ใกล้หน้าต่างกับหวังไหวอิ๋น
“ท่านเจอคุณหนูไป๋หรือยัง?” ถึงอย่างไรก็เป็นคนห