งราวกับหิมะ หน้าตาลุ่มลึก
ไป๋ซู่เข้าใจความคิดของเจียงเซี่ยนเป็นครั้งแรก…ได้เห็นใบหน้าแบบนี้ รอยยิ้มอ่อนโยนแบบนี้ ส่วนเขาจะคิดอย่างไรนั้น ใครจะมีกะจิตกะใจไปเดาอีกเล่า?
นางเดินอมยิ้มเข้าไปหา และคารวะเฉาเซวียน ทว่าพอเงยหน้ากลับพบว่าใต้ต้นฉัตรจีนต้นใหญ่ยังมีบุรุษอีกผู้หนึ่งยืนอยู่ด้วย
เขาสวมใส่เครื่องแบบและเครื่องประดับขององครักษ์วังหลวง รูปร่างสูงเพรียวโดดเด่น ผิวขาวหมดจดแดงเลือดฝาด หน้าตาแข็งแกร่ง คิ้วหนาทั้งสองข้างขับให้สันจมูกโด่งโดดเด่น มีความหล่อเหลาแบบองอาจห้าวหาญ
หากบอกว่าเฉาเซวียนเป็นดอกท้อดอกหนึ่ง บุรุษผู้นี้ก็เป็นต้นไม้ต้นหนึ่ง ถึงแม้ต้นไม้จะไม่สะดุดตาเท่าดอกไม้ แต่กลับดูซ้ำได้หลายรอบโดยที่ไม่เบื่อมากกว่าดอกไม้
ไป๋ซู่อดที่จะมองชายคนนั้นอีกครั้งไม่ได้
ชายคนนั้นรู้สึกถึงสายตาของนางแล้ว ไม่เพียงแต่ไม่หลบเลี่ยง กลับยังยิ้มให้นางด้วย
รอยยิ้มนั้นสว่างไสวเจิดจ้า ราวกับสามารถสลายเงามืดทั้งหมดในใจคนได้เหมือนแสงอาทิตย์ ทำให้คนมองแล้วรู้สึกเบิกบานขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
มีแต่คนที่มีความสุขเท่านั้นที่จะมีรอยยิ้มแบบนี้ได้
ชายผู้นี้ต้องมาจากตระกูลที่ดีมากอย่างแน่นอน อยู่ในบ้านที่พ่อแม่รักกัน พี่น้องรักใคร่กลมเกลียว และเติบโตมาอย่างราบรื่นโดยตลอด โดยไม่เคยเจออะไรที่มืดมนและไม่เคยเจออุปสรรคอะไรที่ร้ายแรง
ไป๋ซู่คิดพลางมองเฉาเซวียนอย่างงุนงง แล้วเอ่ยว่า “ท่านนี้คือ?”
เฉาเซวียนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่