า “ท่านนี้คือหลี่เชียนบุตรชายคนโตของหลี่ฉางชิงแม่ทัพฝูเจี้ยน เจ้าอย่ามองว่าเขาอายุยังน้อย ปีที่แล้วเขาสอบขุนนางระดับหย่วนซื่อ[1]ผ่านแล้วนะ ทำพิธีสวมหมวก[2]ล่วงหน้าแล้ว ชื่อจงเฉวียน ตอนนี้เป็นองครักษ์อยู่หน่วยองครักษ์”
ไป๋ซู่ตกใจมาก
นางคิดไม่ถึงว่าหลี่เชียนจะยืนอยู่ตรงหน้านางแล้วเช่นนี้
ทว่าสิ่งที่ทำให้นางยิ่งตกใจคือคิดไม่ถึงว่าหลี่เชียนจะสอบขุนนางผ่าน ตามหลักแล้ว ตระกูลที่สร้างตัวด้วยความดีความชอบด้านการรบแบบตระกูลหลี่นี้ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาลูกชายกับลูกสาวจะไม่เดินในเส้นทางสู่การเป็นขุนนาง ดังนั้นก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องเรียนหนังสือแล้ว หลี่เชียนคนนี้ไม่เพียงแต่เรียนหนังสือ ทว่ายังเรียนเก่งมากด้วย และสุดท้ายก็ยังเข้าหน่วยองครักษ์โดยการส่งเสริมจุดแข็งและหลีกเลี่ยงจุดอ่อน เหมือนหลี่เชียนเรียนหนังสือเพียงเพื่อให้รู้หนังสือและเข้าใจเหตุผลเท่านั้น
นี่หลี่ชางชิงอยากให้ลูกชายเป็นแม่ทัพใหญ่ที่ ‘อยู่บนหลังม้าก็ไปต่อสู้กับชนกลุ่มน้อยที่กำเริบเสิบสาน ลงจากหลังม้าก็มายุ่งอยู่กับการร่างเอกสารในกองทัพ’ อย่างนั้นหรือ?
เขาฝากความหวังสูงอันไร้ที่สิ้นสุดไว้กับลูกชายคนโตของตนเองคนนี้แล้วจริงๆ ด้วย!
เพียงแต่ไม่รู้ว่าลูกชายคนโตของเขาคนนี้มีความสามารถนี้หรือไม่กันแน่!
ไป๋ซู่กระซิบอยู่ในใจ ทว่ากลับไม่แสดงออกทางสีหน้า และยิ้มพลางทักทายหลี่เชียน
หลี่เชียนอาจจะรู้ว่านางเป็นใคร จึงค่อนข้างสนใจนาง ซึ่งนอกจากคร