ั้งแรกที่ตั้งใจมองนางแล้ว ตอนหลังก็ค่อนข้างรักษามารยาทและไม่มองนางตรงๆ อีก เขาคารวะนางครั้งหนึ่งแล้วก็ถอยหลังไปหลายก้าวไปยืนอยู่ข้างหลังเฉาเซวียน
แผนการทั้งหมดของไป๋ซู่ถูกก่อกวนจนชะงักไปแล้ว
อย่างไรนางก็ถามเฉาเซวียนต่อหน้าหลี่เชียนไม่ได้กระมัง?
“คิดไม่ถึงว่าจะเจอองครักษ์หลี่ที่นี่” ไป๋ซู่เอ่ยอย่างเกรงใจ “ไม่ทราบว่าตอนนี้องครักษ์หลี่รับใช้อยู่ที่ไหนหรือ? พออยู่ได้หรือไม่?”
หลี่เชียนก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าไป๋ซู่จะคุยกับตนเอง เขามองเฉาเซวียนครั้งหนึ่งอย่างค่อนข้างแปลกใจ สีสันที่แตกต่างกันฉายวาบในดวงตาอย่างคลุมเครือ เขาค้อมตัวเล็กน้อย แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าเพิ่งจะเข้าวัง ยังไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น ไทเฮาจึงให้ข้าอยู่รับใช้ที่วังคุนหนิงเป็นการชั่วคราวขอรับ”
วังฉือหนิงกับวังคุนหนิงไม่ค่อยถูกกัน พอไป๋ซู่คิดว่าหลี่เชียนเป็นคนของเฉาไทเฮาแล้ว ก็รู้สึกเหมือนเสียดายอย่างบอกไม่ถูก นางพูดคุยอย่างขอไปทีไม่กี่คำ ก็เริ่มคุยกับเฉาเซวียน “หลายวันก่อนไทเฮาพระราชทานขนมถั่วแดงให้กล่องหนึ่ง ตรัสว่าเจ้าเอามาให้ไทเฮาชิมจากนอกวัง ท่านหญิงกินแล้วรู้สึกอร่อยมาก จึงตั้งใจให้ข้ามาถามดูโดยเฉพาะว่าขนมถั่วแดงนั้นซื้อมาจากที่ไหน”
เป็นไปไม่ได้กระมัง?
เรียกเขาเข้าวังมา เพื่อถามเรื่องนี้หรือ?
แต่เขาเคยเอาขนมถั่วแดงเข้ามาในวังตอนไหนกัน ทำไมเขาจำไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว!
เฉาเซวียนตกใจ แล้วก็กลัวเจียงเซี่ยนจะไปซื้อขนมต