ี่ยนยังจำได้ว่าตอนนั้นหน้าของไป๋ซู่แดงจนเหมือนหยดเลือดทันที พูดจาก็ตะกุกตะกักเช่นกัน ‘ไม่ ไม่ใช่ข้า ท่านโหว…สนิทกับเฉิงเอินกง…’
นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ไป๋ซู่ขอร้องนาง
นางยังคิดว่าไป๋ซู่หน้าบางเกินไปและขี้อาย
ตอนนี้ลองคิดดูแล้ว ด้วยนิสัยประจบประแจงและพึ่งพาอาศัยผู้มีอำนาจ ทั้งยังเย็นชาและไร้ความปรานีของจิ้นอันโหว จะช่วยเฉาเซวียนที่เห็นว่าจะซวยและไม่มีโอกาสเป็นไทอีกแล้วได้อย่างไร?
เจียงเซี่ยนมองไป๋ซู่
ขนตายาวของนางลู่ลงเล็กน้อย ทิ้งเงามืดไว้ตรงเบ้าตา แลดูสวยงามและอ่อนโยน
ที่แท้คนที่ไป๋ซู่ชอบคือเฉาเซวียน!
มีคนเก่งอย่างเฉาเซวียนอยู่ตรงหน้า จิ้นอันโหวนั่นนอกจากวงศ์ตระกูลแล้วก็แทบจะไม่มีอะไรดีสักอย่าง
นิ้วมือที่เรียวยาวและขาวผ่องของเจียงเซี่ยนวาดไปตามเค้าโครงของคนโทสีแดงเข้มบนถ้วยชานั้นเบาๆ ในใจคล้ายจะเจ็บปวดเหมือนเข็มทิ่มแทงเนื้อหนัง
“จ่างจู…” นางเอ่ยเน้นทีละคำว่า “เฉาเซวียนเป็นพระญาติทางฝ่ายฮองเฮา บรรดาศักดิ์ของเขาสิ้นสุดที่สามรุ่น และเป็นอันยกเลิก ยิ่งกว่านั้นเหมือนอย่างที่เจ้าว่า ต่อไปฝ่าบาทจะต้องพาลโกรธเฉาเซวียนเพราะไทเฮาจนเฉาเซวียนไม่มีทางได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายแน่นอน ในเมืองหลวงครอบครัวที่พอรู้เรื่องนี้มาบ้างก็จะไม่ให้ลูกสาวคนโตที่เกิดจากภรรยาหลวงแต่งงานกับเขา ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องประจบประแจงไม่สำเร็จ แล้วยังบังเอิญไปล่วงเกินฝ่าบาทเข้าด้วย”
ไป๋ซู่หน้าซีดและมองตรงมาที่เจียงเซี่