ิตอย่างไร้เป้าหมายเช่นกัน จนโจรสลัดเข้ามารุกราน ตระกูลของพวกเขาจึงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการใช้กำลังทหารปราบปรามญี่ปุ่น จนกระทั่งจ้าวอี้กุมอำนาจ ราชสำนักก็ควบคุมเขาไม่ได้แล้ว
คิดดูแล้วตอนนั้นจ้าวเซี่ยวก็ลอบวางแผนทำร้ายนางไม่น้อย
ตอนนี้นางหาอะไรให้เขาทำสักหน่อยคงจะไม่ถือว่าเพิ่มภาระให้ใช่หรือไม่?
เจียงเซี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “หลายวันก่อนตอนที่หม่อมฉันกลับไปฉลองเทศกาลบ๊ะจ่าง บางทีก็ได้ยินท่านลุงของหม่อมฉันเอ่ยขึ้นมาว่าเวลานี้ทหารเรือของราชสำนักต่างอยู่ในกำมือของจิ้งไห่โหว หลี่ฉางชิงนั่นเป็นโจรที่ราชสำนักรับเข้ามาเป็นขุนนางไม่ใช่หรือ? เขาต้องเป็นคนที่ไม่เชื่อฟังผู้ควบคุมอย่างแน่นอน เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ หลี่ฉางชิงอยู่ที่นั่นก็คงจะไม่ค่อยสบายนักกระมัง? หากเป็นหม่อมฉัน อย่างไรก็ต้องหาโอกาสออกไปเปลี่ยนสถานที่เช่นกัน”
นางยังพูดไม่จบก็เสียใจที่เอ่ยไปเช่นนั้นแล้ว
จะแยกเฉาเซวียนออกมาก็แยกออกมา ทำไมต้องแยกตระกูลหลี่ออกมาด้วย
ความคิดแวบผ่านไป นางปลอบใจตนเองอีกครั้ง ช่างเถอะ ก็ถือว่าเป็นคำขอบคุณเล็กๆ น้อยๆ ที่นางมอบให้หลี่เชียนสำหรับตอนนั้นที่เขาบุกเข้ามาในพระราชวังต้องห้ามแล้วไม่ทรยศแล้วกัน!
จ้าวอี้ถูกเจียงเซี่ยนยุยงจนเริ่มคิดเรื่องนี้
“เจ้าหมายความว่า” จ้าวอี้ครุ่นคิด “หลี่ฉางชิงอยากโยกย้ายตำแหน่ง เสด็จแม่อยากให้เขาสู้กับจ้าวเซี่ยว…ให้ลูกชายคนโตของหลี่ฉางชิงเป็นขุนนางเล็กๆ ในราชสำนั