้า
ไป๋ซู่ก็ถามนาง “แล้วนี่เจ้าจะไปไหน? ไทฮองไทเฮามีแขกหรือ?”
เจียงเซี่ยนจึงบอกไป๋ซู่เรื่องที่เฉาไทเฮามีเรื่องจะคุยกับไทฮองไทเฮาตามลำพัง และยังพาเฉาเซวียนกับหลี่เชียนมาคารวะไทฮองไทเฮาด้วย
ไป๋ซู่เติบโตในวัง จึงแน่นอนว่ารู้จักเฉาเซวียน และบิดามารดากับพี่ชายน้องชายของเฉาไทเฮาก็เสียชีวิตไปตั้งนานแล้ว ตระกูลเฉาเหลือเฉาเซวียนเป็นลูกหลานเพียงคนเดียว เฉาไทเฮาเห็นเฉาเซวียนสำคัญกว่าจ้าวอี้เสียอีก จึงมักจะเรียกเขาเข้าวังอยู่บ่อยๆ ไป๋ซู่กับเฉาเซวียนก็รู้จักกันเช่นกัน
“เฉิงเอินกงหรือ?” นางมองเจียงเซี่ยนอย่างประหลาดใจ ความผิดปกติฉายวาบในดวงตา
เจียงเซี่ยนมองอยู่ก็อึ้งไป
ไป๋ซู่เอ่ยด้วยรอยยิ้มแล้วว่า “พูดแบบนี้เจ้าไม่ได้ชงชาให้ไทเฮาจริงๆ หรือ? ไม่รู้ว่าไทเฮาจะพิโรธหรือไม่? ไม่อย่างนั้นเจ้ากลับไปพักที่ตำหนักตงซานก่อน ข้าจะให้คนไปบอกทางห้องอุ่นตะวันออก ก็บอกว่าเจ้าโดนลม เลยไม่ค่อยสบาย”
ทุกคนในวังต่างรู้ว่าท่านหญิงเจียหนานโดนลมโดนฝนไม่ได้ ดังนั้นไม่มีข้ออ้างไหนจะดีไปกว่าข้ออ้างแบบนี้แล้ว
เวลานี้ในชาติก่อน เจียงเซี่ยนก็ใช้ข้ออ้างแบบนี้เหมือนกัน
ทว่าไม่รู้ทำไมเวลานี้ได้ยินไป๋ซู่พูดแบบนี้ นางกลับเหมือนรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก
ตามหลักการแล้ว นางควรจะถามว่าหลี่เชียนเป็นใครก่อนไม่ใช่หรือ?
ตลอดครึ่งวันมานี้ เจียงเซี่ยนประหลาดใจอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลานี้สมองก็มึนงงนิดหน่อยแล้ว
นางจึงถือโอกาสทิ้งเรื่องพวกนี้ไป