กว่าอายุขัยลดลงไปแล้วครึ่งหนึ่ง
นางจึงงดการส่งบรรณาการของเขาเสียเลย ปรากฏว่าเขาก็ยังไม่รับน้ำใจ และให้เลขานุการในกองบัญชาการของแม่ทัพของเขาเขียนสาส์นสิบกว่าแผ่นแสดงความจงรักภักดีต่อนางมาอย่างมากมาย บอกว่าไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะเข้าเมืองหลวงมาคารวะนาง แถมยังข่มขู่นางอย่างคนถ่อยที่มีอำนาจว่าหากอ๋องเหลียวกับจิ้งไห่โหวเห็นว่าเขาไม่ได้เข้าเมืองหลวงมาคารวะ จะคิดว่าเขาไม่ซื่อสัตย์ต่อราชสำนักและไทเฮา คิด ‘กำจัดคนสนิทและคนเลวข้างกายฮ่องเต้’ ซึ่งหากทำให้เกิดสงครามขึ้นมาก็ยุ่งยากแล้ว…นางโกรธจนไม่ได้กินข้าวไปหลายวันด้วยซ้ำ
เจียงเซี่ยนจ้องหลี่เชียนตาโตกว่าเดิม
หลี่เชียนควบคุมตนเองไม่ได้จริงๆ
เขาจึงยิ้มอย่างสดใสกว่าเดิม
ท่าทางของท่านหญิงเจียหนานเช่นนี้เหมือนกับแมวที่โกรธไม่มีผิด
สนุกมากจริงๆ!
มิน่าเล่าสนมในวังถึงชอบนางกันขนาดนั้น
หากเขามีน้องสาวแบบนี้ และแกล้งนางทุกวันก็ต้องชอบมากเหมือนกัน
เจียงเซี่ยนโกรธถึงขีดสุดแล้ว
เจ้าคนสารเลวนี่ นอกจากยิ้มแล้วยังทำอะไรได้อีก?
เหมือนกลัวคนอื่นไม่รู้ว่าเขาฟันสวยทั้งปาก
เขาต้องไม่รู้แน่ว่ามีแต่คนที่โตมากับการกินข้าวโพดฝักเท่านั้นที่จะฟันสวยทั้งปากแบบนี้ได้?
ผิดแล้ว หลี่ฉางชิงพ่อของเขาต่างหากที่โตมากับการกินข้าวโพดฝัก
พอมาถึงเขา พ่อของเขาก็ถูกเกลี้ยกล่อมจนยอมจำนนแล้ว จึงโดนเฉาไทเฮาย้ายจากเฝินหยางซานซีไปเป็นแม่ทัพที่ฝูเจี้ยน ต่อมาจ้าวอี้ออกว่าราชการด้วยตนเอง หลี่ฉา