่นที่ฝูเจี้ยนไปแล้วกัน!
ถึงเวลานั้นให้หลี่เชียนที่รูปร่างสูงใหญ่และผิวขาวใสตากแดดจนดำเป็นถ่านไปเลยก็ยิ่งดี
เจียงเซี่ยนคิดถึงภาพนั้นก็รู้สึกอารมณ์ดี จนนัยน์ตากลมโตที่โตมากโค้งเป็นทรงพระจันทร์เสี้ยว
แล้วก็นึกถึงที่เสียมารยาทไปเมื่อครู่…
“ใต้เท้าเฉา!” นางยืดหลังตรงทันที แล้วเรียกเฉาเซวียนอย่างเคยชิน พลางเอ่ยอย่างเป็นมิตร “นึกไม่ถึงว่าจะเจอคนนอกในวัง ข้าตกใจหมดเลย…”
งั้นหรือ?
ความงุนงงฉายผ่านในดวงตาของเฉาเซวียนไปอย่างเร็วมาก
ใครๆ ต่างก็รู้ว่าท่านหญิงเจียหนานเป็นที่สนใจของทุกคน
เทศกาลบ๊ะจ่างปีนี้ มารดาของอันลู่โหวได้พาหลานชายเข้าวังมาคารวะไทฮองไทเฮา จู่ๆ ท่านหญิงเจียหนานก็ถูกซื่อจื่ออันลู่โหวขวางทางและเข้ามาคุยด้วยที่ระเบียงคด นางจ้องตรงไปที่ซื่อจื่ออันลู่โหวอย่างแข็งกระด้างด้วยดวงตาที่เหมือนน้ำแข็งอันเย็นยะเยือกจนอีกฝ่ายพูดจาติดขัด พูดได้ไม่กี่คำก็วิ่งหนีไปอย่างลนลาน
ตอนนั้นเขามองอยู่ก็เหมือนอึดอัดขึ้นมา
นั่นก็เป็นครั้งแรกที่นางเจอซื่อจื่ออันลู่โหวเหมือนกัน
แต่เขาไม่เห็นว่านางจะกลัวคนแปลกหน้าแม้แต่นิดเดียว
สมองของเฉาเซวียนเริ่มแล่นอย่างเร็วมาก
เคยมีคนพาหลี่เชียนมาเจอเจียงเซี่ยนเป็นการส่วนตัวแล้วอย่างนั้นหรือ?
หรือว่านางได้ยินอะไรมา?
ทว่าสถานการณ์ในเวลานี้กลับไม่ยอมให้เขาคิดมาก เขาจึงกดความคิดยุ่งเหยิงในใจลงไป แล้วค้อมตัวคารวะเล็กน้อยด้วยท่าทางยอดเยี่ยม พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ที่ไหนกัน