่างควบคุมไม่อยู่
“จื่ออวิ๋น นายเป็นอะไรหรือเปล่า?” เดิมทีพานจวินอันอยากตอบคำถามของเมิ่งจื่ออวิ๋น แต่พอเห็นสีหน้าของเมิ่งจื่ออวิ๋นพลันซีดเผือด เขาก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงทันที
เมิ่งจื่ออวิ๋นได้สติกลับมาก็สูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่ง เมื่อขับไล่ความรู้สึกหวาดกลัวนั้นออกไปจากร่างแล้ว เขาถึงค่อยเผยรอยยิ้มฝืดเฝื่อนออกมาพลางกล่าวว่า “ไม่เป็นไร เมื่อกี้แค่นึกถึงฝีมือของหมอหลี่ซื่ออวี๋อีกแล้ว”
เหลยอี้หมิงกับพานจวินอันสบตากันเองแวบหนึ่ง แววตาเผยร่องรอยความเข้าอกเข้าใจ นับตั้งแต่ที่เมิ่งจื่ออวิ๋นออกจากโรงพยาบาลของกองทัพที่ยี่สิบสาม นิสัยโมโหง่ายของเขาก็ดีขึ้นมาก ไม่ได้โกรธเกรี้ยวอย่างไร้เหตุผลอีก ทุกครั้งที่เขาระงับความโกรธไม่ไหว ขอเพียงพวกเขาเอ่ยถึงหลี่ซื่ออวี๋ เขาก็จะระงับโทสะทันที ทำให้พวกเขาโล่งใจ ขณะเดียวกันก็สงสัยใคร่รู้ว่าหลี่ซื่ออวี๋คนนั้นใช้วิธีการอะไรกันแน่ถึงทำให้เมิ่งจื่ออวิ๋นหน้าซีดเผือดเมื่อพูดถึงเขา
“หลี่ซื่ออวี๋คนนั้น…” พานจวินอันจงใจเอ่ยชื่อของอีกฝ่าย อย่างที่คิดไว้เลยเมิ่งจื่ออวิ๋นตัวสั่นเทิ้มตามความคาดหมาย ทำให้พานจวินอันลอบยิ้มกระตุก เขากระแอมไอทีหนึ่ง ข่มกลั้นความอารมณ์ขบขันที่มีอยู่เต็