อีกทางคือเผชิญหน้าต่อสู้กับลวี่หยางโดยตรง หากชนะจึงค่อยออกทางเดิมอย่างปลอดภัย
ในใจลวี่หยาง กลับอยากให้เลือกทางแรกมากกว่า
เพราะหากนางฝืนออกจากแดนมงคลจริง ก็ย่อมต้องบาดเจ็บหนัก เมื่อถึงตอนนั้นเขาค่อยไล่ล่าซ้ำ ย่อมมีโอกาสจับตัวไว้ได้เต็มสิบส่วน
เพียงแต่เย่กู่เยว่เองก็คิดถึงจุดนี้ไว้แล้ว
“…ฝืนออกไม่ได้ ต้องทำลายค่ายกลให้ได้ก่อนจึงค่อยออก!”
ดวงตาของเย่กู่เยว่ฉายแววแน่วแน่ จ้องมองลวี่หยางที่อยู่บนยอดเขาอย่างไม่วางตา หัวใจยังรู้สึกได้ถึงแก่นดาบจิตที่กำลังส่งสัญญาณเตือน ทำให้นางสะท้านเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
หากเป็นผู้อื่น นางคงขับกระบี่พุ่งเข้าฟันไปแล้ว ทว่าผู้ที่ต้องเผชิญหน้ากลับเป็นลวี่หยาง เย่กู่เยว่จึงยังสงบใจไว้ อีกทั้งค่ายกลยืมพลังจากฟ้าดิน ทำให้ผู้ด้อยพลังชนะผู้เหนือกว่าได้ ลวี่หยางมีพลังสูสีกับตนอยู่แล้ว หากบุกเข้าไปอย่างบุ่มบ่าม ย่อมเสี่ยงเกินไป
เมื่อคิดถึงจุดนี้ เย่กู่เยว่ก็เบนสายตาทันที “สหายมากสมบัติ ข้าต้องรบกวนเจ้าสักคราแล้ว”
เมื่อเสียงดังขึ้น กุมารมากสมบัติก็อึ้งค้าง จากนั้นรีบส่ายหน้า “ข้าเป็นเพียงผู้มีพลังอ่อนด้อย หากเข้าไปในค่ายกล เกรงว่าจะถึงตายโดยไร้ผล!”
“นั่นย่อมเป็นโชควาสนาของเจ้า”
เย่กู่เยว่พยักหน้ารับเบาๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นธรรม “เสียสละตนเพื่อพวกเราทำลายค่ายกล นับเป็นบุญกุศลยิ่งนัก เมื่อตายไปแล้ว วันหน้าข้าจะให้เจ้ากลับชาติมาเป็นศิษย์สายตรง”
กุมารมากสมบัติเดือดปุดใน