อปิดผนึกนายไว้” เชี่ยอี๋ถามอย่างตกตะลึง“ใช่ ตระกูลเชี่ยของพวกเราเกิดมาก็จะมีสองบุคลิก ความจริงแล้วก็คือจิตวิญญาณแยกออกจากกัน ดังนั้นเลยได้แต่ปิดผนึกบุคลิกหนึ่งในนั้นไว้ด้วยวิชาลับ และให้อีกบุคลิกเติบโตขึ้นมาตามปกติ ถ้าเกิดไม่ผนึกฉัน ฉันก็คงกลืนกินนายไปนานแล้ว จะให้นายใช้ชีวิตอย่างมั่นคงมาจนถึงสิบหกปีได้ยังไง?” บุคลิกด้านมืดกล่าวถึงตรงนี้ ก็แค่นหัวเราะเอ่ยต่อว่า “แต่เพราะความไม่มั่นใจภายในหัวใจนาย เต็มไปด้วยความโกรธและเสียใจ ทำให้ผนึกนั้นคลายออก ไม่งั้นฉันจะมีโอกาสฝ่าออกมาได้ยังไง ว่าไปแล้วก็ยังต้องขอบคุณความอ่อนแอของนาย … ”ถ้าเป็นเขา เขาไม่มีทางอ่อนแอขนาดนี้แน่นอน ต่อให้คนที่แข็งแกร่งตรงหน้านี้ไม่สนใจแล้วทำไม เขาก็ยังใช้ชีวิตดีๆ ของตัวเองได้ บุคลิกด้านมืดนึกถึงตรงนี้ก็อดมองไปที่หลิงหลานไม่ได้แต่ก็ตกใจกับสายตาเรียบนิ่งไม่แยแสของหลิงหลาน เขาถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างควบคุมไม่อยู่ราวกับว่าถ้าออกห่างอีกฝ่ายลักหน่อย เขาก็ปลอดภัยขึ้นอีกนิด
“ทำไมพ่อเลือกผนึกนาย แต่ไม่ผนึกฉันล่ะ?” เขี่ยอี๋รู้ว่าบุคลิกด้านมืดพูดความจริง และเขาก็สงสัยกับการตัดสินใจดอนนั้นของพ่อ“ฉันไปรู้ได้ไง เพราะงั้นนายเลยโชคดีไง” บุคลิกด้านมืดเอ่ยอย่างเคียดแค้น ดอนแรกที่พวกเขาเกิด ไม่มีใครรู้เหมือนกันว่าอนาคตจะเติบโตมาเป็นอย่างไร เลยผนึกบุคลิกโดยการสุ่มบุคลิกด้านมืดได้แต่คิดว่าเขี่ยอี๋โชคดีมากที่อีกฝ่ายโดนเลือกจากหนึ่งในสองคนพอ