่นี่ได้สิบเก้าปี ยังมีอะไรที่ทนไม่ได้อีกล่ะ?” เขาปรายตามองเชี่ยอี๋อย่างดูลูก “นายควรเป็นห่วงลูกน้องนาย หวังว่าเขาจะไม่ทำให้นายขายหน้า”เชี่ยอี๋หน้าแดงก่ำ เอ่ยอย่างโมโหว่า “เหอะ อย่ามาถูกคนอื่นนะ ฉันไม่แพ้นายหรอก!”“หวังว่าจะเป็นแบบนั้น!” บุคลิกด้านมืดหันหน้าหนีอย่างงอนๆ ไม่มองเชียอี๋อีกหลิงหลานยกมุมปากเล็กน้อย ดูท่าบุคลิกด้านมืดไม่ได้เกลียดชังเซียอี๋จริงๆ นี่เป็นข่าวดีแต่ว่าดอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องพวกนี้ หลิงหลานสูดลมหายใจลึกเยือกหนึ่ง สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา ดวงตาสองข้างของเธอจ้องมองสองคนตรงหน้า จากนั้นก็ยื่นสองมือเข้าไปในหัวพวกเขา
เขียอี้กับบุคลิกด้านมืดรู้สึกแค่ว่าสติของตัวเองเองถูกคนนอกฝืนลากออกมา ความเจ็บปวดนั้นแย่พอๆ กับการตัดเอ็นถอดกระดูก แต่ทั้งคู่ไม่อยากให้อีกฝ่ายดูถูกตัวเอง พวกเขาเลยกัดฟันอดทน ไม่ยอมส่งเสียงร้องในที่สุดเมื่อทั้งสองรู้สึกโล่งสบาย ความเจ็บปวดก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย พวกเขาลืมดาแล้วก็เห็นว่าในมือหลิงหลานมีร่างพลังงานสองกลุ่ม ดูออกได้รางๆ ว่าเป็นร่างมนุษย์ขนาดเล็กองคาพยพทั้งห้าดูคลุมเครือไม่ชัดเจน แต่มองออกได้ว่าคล้ายคลึงกับเชี่ยอี๋มากหลิงหลานชูมือขวาขึ้น “นี่เป็นสิ่งที่ดึงออกมาจากนาย” เธอกล่าวกับบุคลิกด้านมืด จากนั้นรูมือข้ายขึ้นแล้วพูดกับเขียอี๋ว่า “นี่เป็นของนาย” เธอวางสองมือไว้ด้วยกัน “รู้สึกไหมว่าพลังสองสายแตกต่างกันนืดหน่อย?”บุคลิกด้านมืดหน้าถอดสี เนื่องจา