ิกล้มความตั้งใจทันที เขาที่เข้าใจหลิงเซียวเป็นอย่างดีรู้ว่า นี่หมายความว่าคำถามที่เขาถามฝ่าฝืนขอบเขตแล้ว เขาไม่มีสิทธิ์รู้เรื่องนี้
เหอซวี่หยางลอบพึมพำในใจ “ดูท่าแบบนี้จะต้องเกี่ยวกับคุณชายหลานแน่ๆ เลย!” และก็มีเพียงคุณชายหลานเท่านั้นที่ทำให้ท่านนายพลระมัดระวังขนาดนี้
มีทหารเสนอความคิดแบบนี้ขึ้นมาท่ามกลางการแสดงความคิดเห็นว่า “โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งแนะนำตัวเองว่าเป็นคนของโรงเรียนทหารชายที่สามในตอนที่เริ่มต้นคุยกัน ดังนั้นชั่วพริบตาที่ถูกจู่โจม เหยื่อที่โมโหก็เลยคิดไปตามจิตใต้สำนึกว่าอีกฝ่ายเป็นโรงเรียนทหารชายที่สามหรือเปล่า?”
คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ พวกเขาเอ่ยคัดค้านว่า “คนที่เข้าร่วมการต่อสู้ประจัญบานได้ล้วนเป็นคนที่มีจิตใจแน่วแน่ ไม่มีทางโดนคำพูดแบบนี้ชักนำผิดๆ เด็ดขาด สาเหตุที่พวกเขามั่นใจแบบนี้จะต้องมีสิ่งที่ยืนยันสถานะของอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน...”
“แต่ว่ามันคืออะไรกันแน่นั้น มีแค่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ได้” ทุกคนอยากหาเหตุผล แต่ก็ล้มเหลว นี่ทำให้พวกเขาหวังว่าจะได้รู้ความจริงมากยิ่งขึ้น
ในขณะที่ทุกคนพยายามทุ่มเทความคิดอยากหาคำตอบนั้น หลิงเซียวที่นั่งอยู่ด้านข้างกลับตกถ้วนชาร้อน