เยี่ยมเพียงใด ก็ยังต้องใช้แรงมากแต่ผลได้น้อย
แม้เป็นทายาทราชันมังกรเช่นซุ่ยอิ๋ง ยามออกเดินทางนอกถิ่นก็ต้องแปรสภาพเป็นมนุษย์ มิเช่นนั้นแม้แต่พลังแห่งฟ้าดินยังดูดกลืนไม่เข้า
นี่เป็นเรื่องที่ทำให้เขาอับอายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ครานี้เย่กู่เยว่ใช้คำเพียงไม่กี่คำ “สัตว์สวมขนใส่เขา เกิดจากไข่” ทุกถ้อยคำล้วนชี้ชัดถึงที่มาของเขา คล้ายตอกย้ำว่าเขาก็แค่ “ลิงสวมมงกุฎ”
ชั่วพริบตาเดียว เสียงคำรามของมังกรกึกก้องอีกครั้ง!
ซุ่ยอิ๋งสลัดร่างมนุษย์ทิ้งสิ้น กลับกลายเป็นมังกรยักษ์ที่สูงตระหง่านทะยานฟ้า กายาครอบคลุมพันลี้ เห็นเพียงเงาก็แลไม่ทั่ว
หัวมังกรขนาดเท่าภูผาคล้อยลงมาจากกลุ่มเมฆ แล้วอ้าปากพ่นสิ่งหนึ่งออกมา
“ปากแม่น้ำสวรรค์!”
ในบัดดล ราวกับแม่น้ำสวรรค์พังทลาย มหาสมุทรสีน้ำเงินเข้มพวยพุ่งจากลำคอมังกรราวคลื่นภูผาถล่มฟากฟ้า มุ่งโถมใส่เย่กู่เยว่ดุจพายุพินาศ
วิชาเทพประจำตนนี้กลั่นจากน้ำหยางปีเหรินแห่งฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ผสานกับพลังแห่ง “ทวินถาน” ในพิภพลี้ลับ ซึ่งหมายถึงปีวอก ปีแห่งประตูสวรรค์ ที่นั่นคือปากแม่น้ำฟ้า น้ำหยางเหรินถือกำเนิดที่นั่น ย่อมสลายพลังแร่ทองทางทิศตะวันตกได้ดี ฉะนั้นวิชานี้จึงเหมาะอย่างยิ่งแก่การรับมือกับเย่กู่เยว่ผู้ฝึกกระบี่!
นี่คือเหตุผลที่ซุ่ยอิ๋งกล้าทำตัวลำพองตั้งแต่แรก
แต่เย่กู่เยว่กลับไม่แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นัยน์ตางามสะท้อนแววเย้ยหยัน ต่อมาแก่นกระบี่เบื้องหน้านางหมุนควง ปร