บทที่ 233 ซุ่ยอิ๋ง
“เกรงว่าจะเป็นแม่หญิงวิปลาสจากนิกายกระบี่หยกแล้วละ…”
ลวี่หยางขมวดคิ้วแน่นเมื่อจ้องมองแสงกระบี่ที่พุ่งทะยานมาอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นก็กระดกมือประสานมุทรา บูชา ราชโองการแท้จารอักขระทองแห่งวังจักรพรรดิ ขึ้นกลางนภา
เพียงเห็นสมบัติกึ่งแท้ชิ้นนั้นหมุนหนึ่งรอบในห้วงฟ้า ก็พลันส่องแสงวิชาเทพเจิดจ้าออกมา
ซ่อนดาราดับแสง!
ด้วยสมบัติกึ่งแท้ที่สามารถจำลองวิชาเทพประจำตนได้ชิ้นนี้ ลวี่หยางในยามนี้จึงไม่ต่างอะไรจากผู้วางรากฐานช่วงปลายแท้จริง มิได้ตกเป็นรองผู้ใดในด้านระดับพลัง
โดยเฉพาะซ่อนดาราดับแสงซึ่งเป็นวิชาเทพเฉพาะด้านการเร้นกาย หาใช่สายจู่โจมเช่นวิชาเทพอื่นไม่ บัดนี้แสงวิชาดุจม่านแพรบางคลุมร่างลวี่หยางไว้ในบัดดล ตัดขาดสายสัมพันธ์และกลิ่นอายทั้งปวง เงาร่างของเขาค่อย ๆ มืดสลัวและหลอมรวมกับสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
ไม่นาน แสงกระบี่ก็พุ่งมาถึง เฉือนม่านหมอกออกเป็นสองฝั่ง
ลวี่หยางซ่อนกายในเงามืด เหลือบมองเพียงครั้งเดียวก็เห็นแก่นกระบี่เม็ดหนึ่งลอยเหนือศีรษะ อีกฝ่ายสวมกระโปรงวังหลวงเขียวหยกคลุมทับด้วยชุดแขนกว้างโปร่งเบา นั่นไม่ใช่ใครอื่น คือเย่กู่เยว่แห่งนิกายกระบี่หยก!
“…ประหลาดยิ่งนัก”
เพียงเห็นเย่กู่เยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย กวาดตามองโดยรอบ แล้วพลันบูชาแก่นกระบี่เม็ดนั้นขึ้นกลางเวหา กระดกนิ้วชี้ทำมุทรา วูบเดียวก็สะบัดแสงกระบี่อันยิ่งใหญ่หนึ่งสายออกมา
แสงกระบี่ตกกลางนภา ดุจดั่งฟันฟาดสิ่งหนึ่งท