บทที่ 229 จงกวงเจินเหรินมีคู่หรือ?
ร่องรอยนครหลวงแห่งแคว้นชิ่ง
ลวี่หยางยืนอยู่เบื้องฟากเมฆา สบตาเงียบงันกับนภาฟากบน
หลังจากจงกวงเจินเหรินขึ้นสู่บัลลังก์ขอรับผลโอสถทองคำ แล้วใช้แคว้นชิ่งทั้งแคว้นเป็นเครื่องสังเวย บัดนี้สถานที่แห่งนี้ก็มิใช่เมืองหลวงอันรุ่งเรืองในอดีตอีกต่อไป หากแต่เป็นแดนมรณะแห่งความเงียบสิ้น
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อจงกวงเจินเหรินขอผลล้มเหลว แดนมงคลถ้ำสุริยันกำลังร่วงลงจากแดนแฝงเข้าสู่โลกจริง แม้จะยังไม่สำแดงเต็มที่ แต่เพียงอาณัติอันเร้นเรื่อเล็กน้อยจากแสงและลมร้อนที่แผ่ออก ก็พอจะเผามนุษย์ให้แหลกสลายกลายเป็นธุลีได้แล้ว
กระทั่งผู้ฝึกตน หากอยู่เพียงระดับรวมลมปราณขั้นต้นหรือกลาง ก็ยังมิอาจเข้าใกล้ได้เลย
มีเพียงผู้ฝึกตนที่อยู่ปลายระดับรวมลมปราณจึงพอประคองตนอยู่ได้ครู่หนึ่ง และผู้ฝึกที่บรรลุระดับรวมลมปราณสมบูรณ์ พร้อมด้วยตำแหน่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น จึงจักไม่ถูกผลกระทบของที่แห่งนี้กล้ำกราย
และเมื่อกาลเวลาผ่านไป อำนาจที่แผ่ออกก็จักรุนแรงขึ้นทุกขณะ
ตามที่ลวี่หยางคาดการณ์ไว้ เมื่อใดที่แดนมงคลถ้ำสุริยันหลุดสู่โลกจริงอย่างสมบูรณ์ แม้แต่ผู้บรรลุรวมลมปราณสมบูรณ์ก็ยังยากจะย่างกรายเข้าสถานที่แห่งนี้ได้อีก
“หยวนถู…”
ขณะนั้นเอง เงาร่างเงียบงันผู้หนึ่งเหินฟ้าด้วยแสงเร้นอาคมมาแต่ไกล ปรากฏเป็นเจินเหรินอิ๋นซานแห่งยอดเขาหยิน ใบหน้าแลคล้ายมิรื่นรมย์เท่าใดนัก
ลวี่หยางเห็นดังนั้น ก็ทอดถอนใจเบา