ๆ “ศิษย์พี่…ท่านก็เหนื่อยยากเช่นกัน”
คำกล่าวนี้กระทบใจอิ๋นซานโดยแท้ ทำให้เขาเผลอทอดถอนหายใจยาว แล้วค้อมมือกล่าวอย่างจริงจัง “จากนี้ไป ขอให้ศิษย์น้องช่วยเหลือข้าด้วยเถิด”
สิ้นคำ ดวงตาอิ๋นซานก็แลบวาบประกายเด็ดเดี่ยวดุดัน “นี่คือโอกาสสุดท้ายของเราทั้งสองคน หากคว้าไว้ไม่ได้ เกรงว่าจะต้องกลายเป็นบุคคลดาษดื่นในนิกาย ไม่อาจเทียบเทียมเกียรติยศในอดีตอีกต่อไป เจ้าก็รู้…ในนิกายศักดิ์สิทธิ์นั้น มีเจินเหรินไม่น้อยที่จับจ้องตำแหน่งของเราอยู่”
อิ๋นซานแลเห็นสถานการณ์ชัดเจน
เมื่อจงกวงเจินเหรินล้มเหลวในการขอผลโอสถทองคำ พวกเขาก็สูญเสียเสาหลักระดับวางรากฐานสมบูรณ์ การดำรงอยู่ในนิกายศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจเสมอเหมือนก่อนหน้าอีก
อย่างน้อยก็ต้องกล่าวว่าถดถอยไปหลายขั้น
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาที่พึ่งใหม่ ได้รับความไว้วางใจจากเฟยเสวี่ยเจินจวิน นับเป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญยิ่งยวด
แต่หากต้องการให้เจินจวินเห็นความสำคัญ ก็ต้องแสดงความสามารถให้ประจักษ์
กล่าวเช่นนั้นก็จริง แต่สีหน้าของอิ๋นซานกลับไม่ใคร่ดีนัก เพราะศึกครั้งนี้ไม่ใช่แค่ต่อกรกับเจินเหรินวางรากฐานแห่งแคว้นชิ่งอย่างคราวก่อนอีกแล้ว
“เจินจวินลงธรรมนูญ แดนมงคลถ้ำสุริยันเปิดให้หลายฝ่ายแบ่งปัน”
“นับเป็นวาสนาอันหาได้ยากยิ่ง ในอดีตแม้แต่เจินเหรินขั้นสูงก็ต้องเข้าร่วม แม้จะถูกเจินจวินควบคุม แต่เกรงว่าศัตรูครานี้ก็มิใช่ของเบาเลย”
ในขณะนั้นเอง ดวงตาอิ๋นซานพลันเหลือบแลไปยั