เฉาแดงยิ่งกว่าเดิม แต่เธอก็ได้สติกลับมาในที่สุด ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้า ระหว่างที่เปลี่ยนชุด ลั่วเฉาพลันเอ่ยถามหานซู่หย่าว่า “พี่หลี่คนนั้น เขาไม่ชอบฉันอยู่หน่อยๆ หรือเปล่า?”
หานซู่หย่าอึ้งไป รีบถามว่า “เธอรู้สึกอะไรได้เหรอ?”
ลั่วเฉาขมวดคิ้วราวกับหวนนึกอะไรบางอย่าง “ทุกครั้งตอนที่ฉันถามลูกพี่หลาน เขาเอาแต่พูดแทรก เบนหัวข้อออกไปตลอด เหมือนกับว่าเขากีดกันฉันอยู่นิดหน่อยเลย”
หานซู่หย่าได้ยินคำกล่าวพลันเคร่งขรึมขึ้นมา เธอเริ่มนึกย้อนเรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดทาง เป็นเหมือนกับที่ลั่วเฉาพูดไว้จริงๆ ชายที่ชื่อหลี่หลานเฟิงคนนั้นคล้ายกับกีดกันพวกเธอสองคนออกจากวงสนทนาของพวกเขาอย่างจงใจและไม่จงใจ ถ้าเกิดลั่วเฉาไม่พูดขึ้น เธอก็คงมองข้ามเรื่องนี้ไปแล้ว
แต่หลี่หลานเฟิงคนนั้นทำหน้ายิ้มแย้มตลอด พูดจากับพวกเธออย่างอบอุ่นและสุภาพมาก นอกจากนี้ไม่ได้แสดงท่าทีไม่ชอบออกมาเลย พวกเธอคิดมากไปหรือเปล่า? หานซู่หย่าเอ่ยความเป็นไปได้นี้ออกมา ลั่วเฉากัดริมฝีปาก แต่ก็ไม่อาจแน่ใจได้ เลยได้แต่ตัดสินใจว่าคอยดูกันต่อไป
…..
ไม่นาน พวกเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็เดินออกมา ลูกค้าที่กำลังเลือกเสื้อผ้าในร้านเห็นแม่มดหนึ่งคน