ูกพี่หลานไม่รับปากส่งๆ ถ้ารับปากก็หมายความว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเขาแล้ว
อู่จย่งกับหลิงหลานหารือปัญหาที่ต้องระวังในการประลองวันพรุ่งนี้ต่อ ทันใดนั้นพวกเขาสังเกตเห็นว่าเสียงทรงพลังดังลั่นแต่เดิมของหลี่อิงเจี๋ยหายไปจากในครัวแล้ว ทั้งคู่มองไปทางห้องครัวด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเห็นหลี่อิงเจี๋ยถือผ้าขี้ริ้วสะอาดสะอ้านผืนหนึ่งด้วยความฉุนเฉียว เช็ดแก้วในมืออย่างรุนแรง เรี่ยวแรงนั้นประหนึ่งว่าแก้วใบนั้นคือศัตรูคู่อาฆาตของเขา
อู่จย่งรู้สึกว่าแก้วใบนั้นดูคุ้นตาเหลือเกิน เขาเผลอมองดูแก้วกาแฟในมือตัวเอง ก่อนจะรู้แล้วว่านั่นคืออะไร
“หัวหน้าอู่ อยากได้กาแฟอีกไหม?” หลินจงชิงสังเกตเห็นอู่จย่งมองไปที่แก้วของตัวเอง ก็ยกหม้อกาแฟที่ตั้งอยู่บนชั้นขึ้นมาอย่างคล่องแคล่วแล้วเดินออกมาเอ่ยถามด้วยความจริงจัง
“ฮะ อ้อ ได้ ก็ได้…เอ่อ งั้นก็ เติมนิดหน่อยละกัน” หลินจงชิงถามออกมาอย่างกะทันหัน ทำให้อู่จย่งตอบกลับไปตามจิตใต้สำนึก เขาเพิ่งจะยื่นแก้วกาแฟในมือไป ถึงค่อยพบว่ากาแฟของตัวเองยังดื่มไม่ถึงสองอึก ตอนนี้แทบจะเต็มแก้ว ดังนั้นเขาจึงเอ่ยเสริมอีกประโยคด้วยความเกรงใจ
หลินจงชิงคล้ายกับไม่สังเกตเห็นความประดักประเดิดของอู่จย่ง เขาเทกาแฟให้อู่จย่งนิดหน่อยด้วยความจริงจังสุดขีด ก่อนจะถือหม้อกาแฟเดินกลับไปที่ห้องครัว…
“ฉันเช็ดสะอาดแล้ว นี่ไง สรุปให้ฉันดื่มกาแฟได้แล้วใช่ไหม…” หลี่อิงเจี๋ยเห็นหลินจงชิงกลับมาก็รีบชูแก