่อมกลายเป็นเช่นนั้น พวกมันอยู่ใต้ปกครองของนิกายศักดิ์สิทธิ์มาตั้งนาน ทำไมถึงไม่เรียนรู้อะไรบ้างเลย? ไม้ผุสลักไม่ได้จริง ๆ!”
จิตแห่งจุนเจ่อสุขาวดีเชียวนะ
ถือเสมือนเป็นเศษเสี้ยวจิตของเจินเหรินขั้นสูง หากใช้ปรุงโอสถ ย่อมกลั่นเป็นโอสถบำรุงวิญญาณอันเลิศ หากใช้หลอมอาวุธ ย่อมเสริมพลังเวทแห่งศาสตราให้ลึกล้ำยิ่งขึ้น
“หากข้าหาเศษจิตมาได้สักสองสามสาย เอาไปเลี้ยงกระบี่อเวจี กระบี่อเวจีนั่นอาจวิวัฒน์อีกครั้งก็ได้!”
ต้องรู้ไว้ว่า แม้แต่เจ้าของดั้งเดิมของกระบี่อเวจี “เจินเหรินมารโลหิต” เอง ก็เป็นเพียงระดับปลายสร้างรากฐานเท่านั้น อยู่ในชั้นเดียวกับจุนเจ่อแห่งสุขาวดี
ดั้งนั้นโอสถบูชาที่เขาใช้หล่อเลี้ยงกระบี่อเวจี ก็ล้วนแต่เป็นวิญญาณของเจินเหรินระดับต้นและกลางสร้างรากฐานที่อ่อนแอกว่าเขา
ส่วนเจินเหรินขั้นปลาย กระบี่อเวจียังไม่เคยได้ลิ้มรสมาก่อนเลย!
ลองคิดดูเถิด หากสามารถกลืนกินจิตของจุนเจ่อสุขาวดีได้สักหลายสาย เอามาเลี้ยงบูชากระบี่ละก็ จะต้องทำให้พลังของกระบี่อเวจีพุ่งทะยานอย่างแน่นอน!
กระทั่งเกิดวิชาเทพบทใหม่ขึ้นอีกสายก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!
เมื่อนึกถึงจุดนี้ ลวี่หยางยิ่งมีแรงจูงใจ
ไม่นาน ทุกสิ่งก็เตรียมพร้อม ในเมื่อเขาส่งสัญญาณ ลูกศิษย์ขั้นรวมลมปราณผู้นั้นก็เริ่มสวดคัมภีร์เคล็ดแท้นั้นด้วยเสียงสั่นระริก
“ซ่า ซ่า!”
ในขณะนั้นเอง แสงพุทธหนึ่งสายปรากฏขึ้นตามเสียงสวดมนต์ แล้วแผ่ขยายออกเหมือนหางนกยูงกางเป