ังยิ้มอยู่ด้วยซ้ำ “ท่านสหายทั้งสองคิดหรือว่า ข้าคือประเภทที่โง่งมแต่ไม่รู้ตน สำคัญตัวว่าพรสวรรค์สูงส่งแล้วกล้าโผล่หน้ามาสังหารถึงที่?”
“ว่าไงนะ…”
เจ้ากระบี่เสวียนหยินชะงัก และยังไม่ทันได้ตอบโต้ ก็เกิดเสียงกรีดร้องระงมไปทั้งเขากระบี่เร้น!
เมื่อกวาดตาดู จะเห็นว่า ค่ายกลพิทักษ์เขา ที่ควรใช้ต้านศัตรูภายนอก เวลานี้กลับหันมาโจมตีเหล่าศิษย์ภายในแทน แสงกระบี่นับไม่ถ้วนกระหน่ำฟันลง แม้แต่ศิษย์ระดับรวบรวมลมปราณขั้นสูงสุด ยังแทบต้านไม่อยู่ นับประสาอะไรกับระดับต่ำกว่า!
พริบตาเดียว เขากระบี่เร้น ก็ย้อมไปด้วยโลหิต!
“เป็นไปไม่ได้!” เจ้ากระบี่เสวียนหยินถึงกับตาแทบถลน เจ้ากระบี่เสวียนจินกลับยืนนิ่งงัน “เหตุใดค่ายกลพิทักษ์เขาถึงหักหลังเราได้…”
“ไม่มีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้หรอก”
ลวี่หยางส่ายหัวเบา ๆ “ค่ายกลพิทักษ์เขาของพวกท่านน่ะ เป็นที่รู้กันทั้งใต้หล้า ข้ารู้แล้วจะไม่เตรียมการหรือ?”
เขาน่ะ…ไม่เคยเล่นเดิมพันที่ไม่มีหลักประกัน
หากไม่มีความมั่นใจสิบส่วน เขาไม่มีวันยื่นคอเข้าไปหาภยันตราย
ตั้งแต่เมื่อวาน เขาก็ใช้ “ซ่อนดาราดับแสง” ปิดเร้นลมหายใจ แล้วอาศัยฐานะจ้าวค่ายกลระดับหกแปรเปลี่ยนโครงสร้างค่ายกลของเขากระบี่เร้นเสียก่อน
“เมื่อข้ามา แปลว่าที่นี่…ปลอดภัยแน่นอน”
ลวี่หยางยิ้มเย็น “และเมื่อข้าบอกว่าจะล้างสำนัก…ก็หมายความว่าทุกอย่างถูกเตรียมไว้แล้ว ข้าขึ้นเขาวันนี้…ก็แค่เก็บกวาดเศษซากเท่านั้น”
“เพราะสำนักของท่า