ว นี่บ่งบอกว่าคำเชิญของเขาไม่ใช่การกระทำที่หุนหันไปชั่วขณะ หากแต่เป็นการตัดสินใจที่ใคร่ครวญอย่างลึกซึ้งแล้ว
จีอู๋ปู้ซิวได้ยินคำถามประโยคนี้ของหลิงเทียนอีเซี่ยนก็ไม่ได้ลังเลอีกต่อไป และตกลงรับปากทันที จีอู๋ปู้ซิวยังจำได้ว่าตอนที่เขาตกลง น้ำตาของเขาก็หลั่งลงมาอย่างควบคุมไม่ได้ บางทีการต่อต้านกลุ่มอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของราชันสายฟ้าคนเดียวอาจจะทำให้หัวใจของเขาเหนื่อยล้ามาก จู่ๆ มีเพื่อนที่ยินดียืนหยัดต่อต้านเป็นเพื่อนเขาปรากฏตัวขึ้นสักคน หัวใจเขาก็เหมือนกับถูกฉีดยากระตุ้น มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง จีอู๋ปู้ซิวลอบสาบานว่า ถ้าหากเขากับหลิงเทียนอีเซี่ยนผ่านด่านนี้ไปได้จริงๆ ละก็ เขาจะรับใช้หน่วยรบของหลิงเทียนอีเซี่ยนไปชั่วชีวิต เพื่อนร่วมรบที่ผ่านความทุกข์ยากด้วยกันถึงจะคู่ควรให้เขาอุทิศชีวิตให้
จีอู๋ปู้ซิวรู้ดีว่าถ้าหากไม่มีคำเชิญจากหน่วยรบ สุดท้ายเขาก็มีเพียงสองทางเท่านั้น หนึ่งคือกล้ำกลืนความเจ็บช้ำลาออกจากโรงเรียนเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองไว้ในท้ายที่สุด และอีกทางก็คือก้มหัวที่หยิ่งทะนงของตัวเอง หักกระดูกที่เย่อหยิ่งของตัวเอง ทิ้งภาคภูมิใจในตัวเองลงกลายเป็นลูกน้องของราชันสายฟ้า…เส้นทางสองสายนี้ เขาไม่อยากเลือกทางไหนทั้งนั้น คำเชิญของหลิงเทียนอีเซี่ยนคือเส้นทางที่สามซึ่งเป็นทางรอดจากสถานการณ์อับจนอย่างไม่ต้องสงสัย…ถึงแม้อนาคตจะไม่แน่ชัด แต่จีอู๋ปู้ซิวยินดีไปเดิมพันสักครั้ง
“จีอู๋ปู้ซิวจะเป