็นช่างพัฒนาหุ่นรบในอนาคตของหน่วยรบเรา ต่อไปถ้าหุ่นรบของพวกนายมีปัญหาอะไรก็ไปหาเขาได้โดยตรง” หลิงหลานชี้ไปยังจีอู๋ปู้ซิวที่กำลังว้าวุ่นใจแล้วเอ่ยแนะนำเขาให้กับคนอื่นๆ
“อ้อ นายก็คือจีอู๋ปู้ซิวที่โดนราชันสายฟ้ากดดันจนใกล้จะจนตรอกแล้วนี่เอง…” หลิงเทียนที่ปู่หรือก็คือเซี่ยอี๋อุทานขึ้นมาเป็นคนแรก
ในฐานะที่เซี่ยอี๋เป็นตัวแทนของทีมในการติดต่อกับคนนอก เขาคอยเก็บรวบรวมข้อมูลทุกอย่างในโรงเรียนทหารมาตลอด เขาย่อมรู้เรื่องของจีอู๋ปู้ซิวดี รู้ชื่อนามสกุลของจีอู๋ปู้ซิวในชีวิตจริง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พวกเขาเป็นเพียงหน่วยรบเสมือนจริงในโลกหุ่นรบเท่านั้น เซี่ยอี๋ไม่รู้เหมือนกันว่าจีอู๋ปู้ซิวจะเป็นสมาชิกถาวรหรือว่าสมาชิกทีมที่เซ็นสัญญาชั่วคราวกันแน่ ดังนั้นหากลูกพี่หลานยังไม่ได้บอกสถานะที่แน่ชัดออกมาโดยตรง เขาก็ยังใช้คำเรียกขานในโลกหุ่นรบมาเรียกจีอู๋ปู้ซิวอย่างระมัดระวัง
“เอ่อ พวกนายก็รู้เหมือนกันสินะ…” จีอู๋ปู้ซิวเอ่ยด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน ไม่นึกเลยว่าเรื่องราวของเขาจะถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางขนาดนี้
“ใช่แล้ว ถูกขังอยู่ในหมู่บ้านมือใหม่เกือบสามปี ไม่สามารถเดินออกมาได้สักก้าว เรื่องของนายเคยถูกประกาศอย่าง แพร่หลายในฟอรั่มออฟฟิเชียลของโลกหุ่นรบมาก่อน ฉันบังเอิญอ่านเจอน่ะ” เซี่ยอี๋ตอบด้วยรอยยิ้ม
“ดูท่า ผ่านมาเกือบจะสามปีแล้ว ราชันสายฟ้ายังไม่คิดจะปล่อยฉันไปเลย” จีอู๋ปู้ซิวเอ่ยด้วยสีหน้าย่ำแย่ “หลิงเทียนอีเซี