ิจัยที่อันตรายต่างๆ ฯลฯ) ใครที่รับผิดชอบก็ต้องเป็นคนดำเนินการจัดการ จากกฎข้อนี้ คำขอของผมไม่ได้มากเกินไปเลยนะครับ” หลิงหลานอ่านกฎระเบียบที่เสี่ยวซื่อมอบให้ไปพลาง เอ่ยถามอาจารย์ด้วยเสียงขึงขังไปพลาง “ศูนย์วิจัยแพทย์ทหารคิดจะปัดความรับผิดชอบนี้เหรอครับ? หรือว่าคิดจะละเมิดกฎข้อนี้?”
“ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น นี่…นี่มัน…” อาจารย์พูดไม่ออกภายใต้คำถามที่รุนแรงของหลิงหลาน เขามองหลี่ซื่ออวี๋แล้วค่อยมองหลิงหลานที่ไม่ยอมหยุดจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายตรงหน้า ร้อนใจขึ้นมาฉับพลันราวกับมดบนกระทะร้อน ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
อาจารย์คนอื่นๆ เห็นว่าท่าไม่ดีแล้วก็รีบเปิดอุปกรณ์สื่อสาร ลอบติดต่อกับคณบดีของภาควิชาแพทย์ทหาร หวังว่าเขาจะรีบเข้ามาจัดการเรื่องราวที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ พวกเขาที่เป็นอาจารย์ของหลี่ซื่ออวี๋ไม่อยากให้อนาคตของหลี่ซื่ออวี๋ทำได้แค่ก้าวหน้าในหน่วยรบเล็กๆ เท่านั้น
ในตอนนี้เอง หลี่ซื่ออวี๋ที่ใคร่ครวญอย่างเยือกเย็นอยู่นานพลันตะโกนเสียงดังลั่นว่า “ฉันยินดีรับผิดชอบ!”
หลี่ซื่ออวี๋คิดว่าหลิงหลานพูดถูกแล้ว ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องของลั่วล่างเลย แค่อาการป่วยของฉีหลงในวันนี้ก็เป็นความผิดของศูนย์วิจัยแพทย์ทหารของพวกเขาแล้วจริงๆ และคนที่ยื่นคำขอใช้ยายีนดัดแปลง S ให้กับฉีหลงก็คือเขา…หลี่ซื่ออวี๋ เขาไม่สามารถปัดความรับผิดชอบนี้ได้
แน่นอนว่าเดิมทีหลี่ซื่ออวี๋หวังว่าจะเข้าสู่กรมการแพทย์ที่ดีที่สุดของกองทัพ ไปศ